เอาชนะยอดฝีมือด่านหนิงม่ายได้!”“นั่นก็ใช่แล้ว!” เอี้ยนหมิงจื่อเห็นพ้อง แล้วเผยไม้เด็ดตามมา “แต่เวลานี้ สิ่งที่ผู้คนสนใจมากที่สุดในการประลองนัดนี้ ไม่ใช่ผลการประลอง แต่เป็นการวางเดิมพันต่างหากทุกผู้คนล้วนพนันว่าจั่วม่อจะสามารถรับมือเฉาอันได้กี่กระบวนท่า”หูซานอ้าปากค้าง “มีการพนันเช่นนี้ด้วย? เดิมพันอย่างไร?”“ฮ่า อัตราต่อรองสำหรับสามกระบวนท่าหรือน้อยกว่ายังค่อนข้างปกติ แต่หลังจากสามกระบวนท่าขึ้นไป อัตราต่อรองก็พุ่งสูงขึ้น” เอี้ยนหมิงจื่อกล่าว“เจ้าพนันว่าอย่างไร?” หูซานอดถามไม่ได้“อ้อ ข้าวางเดิมพันเจ็ดกระบวนท่า” เอี้ยนหมิงจื่อกล่าวอย่างถือดี “อัตราต่อรองเท่ากับหนึ่งต่อสิบหก”“เจ้าคิดว่ามันสามารถต้านรับได้ถึงเจ็ดกระบวนท่าเชียวหรือ?” หูซานสะดุ้งเฮือกใบหน้าตื่นตะลึง “เฉาอันไม่ใช่ตัวตนเล็กๆ ทั่วไป มันเป็นศิษย์ลำดับหนึ่งแห่งปั้อมตระกูลเฉา เจ้าเชื่อมั่นในผีดิบจอมลอกคราบมากเกินไปแล้ว!”เอี้ยนหมิงจื่อถามเสียงลึก “เจ้าคิดว่าเฉาอันเปรียบกับศิษย์พี่ฉางเป็นอย่างไรบ้าง?“ย่อมไม่อาจเทียบได้แม้แต่น้อย!” หูซานกระทั่งคิดยังไม่คิด โพล่งออกมาโดยไม่ลังเล “ศิษย์พี่ฉางเหิงร้ายกาจยิ่ง! เมื่อก่อนตอนที่มันยังอยู่ในด่านจู้จี ก็เคยพิชิตซิวเจ่อด่านหนิงม่ายมาแล้ว”“อะไรนะ!” เอี้ยนหมิงจื่อพอฟังประโยคสุดท้าย กลับแตกตื่นอยู่บ้าง “เรื่องนี้ไฉนข้าไม่เคยได้ยิน?”หูซานลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว “เรื่องนี้มีคนล่วงรู้ไม่มากนัก กระบ