ในเวลาเช่นนี้ มันไม่สมควรหมุกมุ่นอยู่กับค่ายกล!เหวยเสิ้งขี่กระบี่ผ่าสายรุ้ง มุ่งหน้าลงไปยังตงฝู ก่อนหน้านี้มันได้แวะกลับไปยังภูเขาสุญตา รายงานท่านเจ้าสำนักเกี่ยวกับบุรุษชุดขาว ก่อนจะรีบรุดมายังตงฝู จั่วม่อจะลงประลองในรอบแรก หากมันมาช้า อาจพลาดการประลองของศิษย์น้องได้เมื่อเข้าไปในตงฝู กลุ่มคนที่คึกคักพลุกพล่านบนท้องถนน พอเห็นเหวยเสิ้งก็แปลกใจอยู่บ้างแตกต่างจากจั่วม่อ เหวยเสิ้งสนอกสนใจในการประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่อย่างเต็มที่ โอกาสที่จะได้ประมือกับยอดฝีมืออื่นๆ หาได้ยากมากจริงๆ เพียงคิดถึงเรื่องนี้ มันรู้สึกเลือดเดือดพล่าน ความกระหายในการต่อสู้ก็ลุกโชนขึ้นมันจู่ๆ ก็นึกถึงจั่วม่อ อดแย้มยิ้มไม่ได้ ด้วยนิสัยใจคอเกียจคร้านเฉื่อยชาของศิษย์น้อง ย่อมไม่สนใจงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่อย่างแน่นอน เมื่อเหวยเสิ้งนึกถึงว่าศิษย์น้องไม่เต็มใจเข้าร่วมประลอง และนึกถึงท่าทีอับจนปัญญาต่อคำสั่งของท่านเจ้าสำนักของศิษย์น้อง เหวยเสิ้งรู้สึกว่าน่าขบขันเป็นอย่างยิ่งศิษย์น้องเป็นอัจฉริยะในเชิงกระบี่ชัดๆ น่าเสียดายที่มันไม่ค่อยสนใจกระบี่ ต่อให้สามารถบังคับมัน ก็ไม่ใช่จะเป็นผลดีอันใดเหวยเสิ้งเป็นเซียนกระบี่โดยเนื้อแท้ ทีแรกที่จั่วม่อมุ่งมั่นไปทางเกษตรกรปราณ มันไม่ได้รู้สึกอันใด แต่เมื่อจั่วม่อเปิดเผยพรสวรรค์เชิงกระบี่ออกมา แต่กลับหมกมุ่นอยู่กับสิ่งอื่นๆ มากมาย เหวยเสิ้งรู้สึกว่าน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งทันใดนั