ันใด! กล้าข่มเหงรังแกศิษย์ของข้า พวกมันไม่ทราบคำว่าตายสะกดอย่างไร! ท่านย่าผู้นี้เพิ่งจะหลอมกลั่นพิษร้อยพิษพันบุปผาแล้วเสร็จ ยังไม่มีสถานที่จะทดสอบอยู่พอดี…”อีกสามคนเบิกตาโพลง รู้สึกศีรษะพองโตอย่างฉับพลัน พวกมันรีบหยุดยั้งสือฟั่งหรงผู้แทบจะระเบิดออกมา ช่วยกันปลอบประโลมนาง“มั่นใจได้ มั่นใจได้ เสี่ยวม่อกลอกกลิ้งยิ่ง มันต้องไม่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ”เผยเหยียนหรานค่อยๆ ปลอบโยน “ยิ่งกว่านั้น ปล่อยให้มันได้มีประสบการณ์บ้าง ต่อไปจะเป็นประโยชน์แก่มันอย่างยิ่ง สำหรับเรื่องหน้าตา พวกเราเหล่าเฒ่าชราหาได้สนใจไม่”หยานเล่อแย้มยิ้มอยู่ด้านข้าง สือฟั่งหรงนั่งอย่างโกรธกริ้วอยู่บนเก้ากี้ ซินหยานดวงตาทอประกายเย็นเยียบแวบหนึ่ง“นึกไม่ถึงว่าหลัวหลีจะเข้าสู่ด่านหนิงม่ายเร็วถึงเพียงนี้ ดูเหมือนการประลองกับเสี่ยวม่อคราวที่แล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อมันไม่น้อย” หยานเล่อเบี่ยงประเด็น“หลัวหลีพรสวรรค์ไม่เลว ก่อนหน้านี้ติดขัดที่หัวใจของมันเอง จึงยากจะก้าวหน้าเวลานี้มันถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ สำนักเราจะมียอดยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่ง” เผยเหยียนหรานกล่าวพลางผงกศีรษะเห็นพ้อง ความปลาบปลื้มยินดีในน้ำเสียง สามารถได้ยินอย่างชัดเจนสือฟั่งหรงกวาดตามองไปรอบๆ หัวคิ้วขมวดมุ่น “เหวยเสิ้งไปยังที่ใดแล้ว?”