รม แต่จั่วม่อรู้สึกว่าไม่สมควรบังคับมากไป สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับตัวอักษรและบุคลิกของคน เสี่ยวกั่วไม่ใช่คนปราดเปรียวตรงไปตรงมา จั่วม่อเดาว่าสำหรับนางคงยากที่จะเข้าใจเจตจำนงกระบี่ แต่มันก็ไม่ได้ยึดติดกับการเปลี่ยนแปลง มันรู้สึกว่าหากเสี่ยวกั่วยังพัฒนาต่อไปในรูปแบบนี้ สักวันนางย่อมจะสร้างวิถีทางของนางเองขึ้นมาครุ่นคิดเช่นนี้ จั่วม่อคัดแยกม้วนหยกทั้งหมดที่คิดว่าจะมีประโยชน์ต่อเสี่ยวกั่วออกมาจากขุมสมบัติของมัน ส่วนใหญ่เป็นเคล็ดวิชากระบี่สังกัดหยินและอ่อนหยุ่นในเวลานี้ เสี่ยวกั่วพอดีเสร็จสิ้นการฝึกปรือหนึ่งรอบ เมื่อนางเงยหน้าขึ้น เห็นจั่วม่อซึ่งเฝั้าดูอยู่ใกล้ๆ นางก็เรียกอย่างเขินอาย “ศิษย์พี่…”“อ้อ” จั่วม่อขานรับ พลางนำม้วนหยกออกมาจากถุงร้อยสมบัติของมันสองสามม้วน ยื่นส่งให้เสี่ยวกั่ว “ลองนำกลับไปชมดู ไม่เพียงแค่ต้องฝึกหนัก เจ้าต้องลองชมดูสิ่งอื่นด้วย ศึกษาจากประสบการณ์ของผู้อื่น อาจสามารถเป็นแรงบันดาลใจเล็กน้อยสำหรับตัวเอง”เห็นหมอกน้ำตารื้นขึ้นในดวงตาเสี่ยวกั่ว จั่วม่อปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที รีบยัดม้วนหยกลงในมือนาง กล่าวด้วยสุ้มเสียงเคร่งเครียดว่า “นี่เป็นการบ้าน! ข้าจะทดสอบเจ้าในภายหลัง! อย่าได้เกียจคร้าน ฝึกต่อไปให้ดี!”กล่าวจบ มันก็รีบเผ่นหนี มุ่งตรงไปยังบ้านของมันแม่นางน้อยนี้อื่นใดล้วนดีงามไปหมด เสียแต่ชอบร่ำไห้มากไปหน่อย จั่วม่อส่ายหัวดิก จุดนี้ของเสี่ยวกั่ว บันดาลให้มันอับจนปั