อไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าใดผูเยายักไหล่ ไม่อธิบายอันใดจั่วม่อครุ่นคิด อย่าล่วงเกินเหรินเยานี้มากเกินไปจะดีกว่า มันเข้าใจอย่างชัดเจนว่าผูเยากระหายดวงวิญญาณมากปานใด ไปล่าภูตหยินเสีย น่าจะดีกว่าปล่อยให้ผูเยาออกไปไล่ฆ่าคนชิงดวงวิญญาณ“ก็ได้ แต่เจ้าอย่าลืมระดับพลังฝีมือของข้า” จั่วม่อสะกิดเตือนผูเยาผูเยาตื่นเต้นมาก “เท่านั้นก็เหลือเฟือแล้ว เจ้านึกว่าสถานที่เส็งเคร็งนี้สามารถให้กำเนิดภูตหยินที่แข็งแกร่งสักเท่าใดกัน? จุ๊จุ๊ หากเราเข้ามาก่อนที่ศิษย์พี่ของเจ้าจะเข้ามาอาจพอมีตัวดีๆ อยู่บ้าง”“ทำไม?” จั่วม่อถามอดถามอย่างงุนงงไม่ได้บางทีอาจเป็นเพราะจั่วม่อยินยอมไปทำงานให้มันแต่โดยดี ผูเยาครั้งนี้จึงไม่แสดงความขุ่นข้องรำคาญ กลับอธิบายรายละเอียดเป็นอย่างดี “ภูตหยิน ส่วนใหญ่ถือกำเนิดจากสถานที่ที่มีปราณหยินเข้มข้น พวกมันก่อเกิดจากปราณหยิน ค่อยๆ สั่งสมสติปัญญาขั้นพื้นฐาน ต่อมาเมื่อดูดซับปราณหยินในสถานที่นั้นอย่างต่อเนื่อง สติปัญญาของพวกมันก็จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับ และเมื่อพวกมันมีสติปัญญา พวกมันย่อมสามารถบำเพ็ญเพียร มันจะบำเพ็ญเพียรกลั่นกรองปราณหยิน และปรับปรุงร่างกายของพวกมันไม่หยุดยั้ง อ้อ ภูตหยินที่แข็งแกร่งบางตน ในท้ายที่สุดพวกมันสามารถบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นอสูร และเมื่อเปลี่ยนจากภูตหยินเป็นอสูรหยิน เนื่องจากพวกมันมีร่างหยินบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ การรับมือพวกมันจึงเป็นเรื่องยากมาก”จั่วม่อแปลกใจไม่