ายเป็นมืดครึ้มกว่าเดิม ทั้งยังน่าสะพรึงกลัว ยิ่งเวลานี้จิตสำนึกของมันเข้มแข็งมากขึ้น จึงยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนกว่าเดิม ความเย็นเยือกที่ทำให้ขนลุกขนชัน เหมือนแมลงเล็กๆ นับไม่ถ้วนชอนไชเข้าในร่างกายของจั่วม่อภูตโลหิตที่ไหลอยู่ข้างเท้า ทั้งเหนียวเหนอะและสั่นไหวน่ากลัวกว่าที่ด้านบนความคิดอันรุนแรงและเป็นอันตรายนับไม่ถ้วนเล็ดลอดออกมาจากธารเลือด จิตสำนึกของจั่วม่อต้องหลีกเลี่ยงความคิดที่เป็นอันตรายเหล่านี้ หวนนึกว่ามันเคยเกือบจะใช้นิ้วแตะของเหลวคล้ายเลือดเหล่านี้ครั้งหนึ่ง จั่วม่ออดหัวใจเย็นเฉียบขึ้นมาไม่ได้ เวลานี้สามารถรู้สึกได้ชัดเจนถึงความร้ายกาจของภูตโลหิตนี้ มันค่อยทราบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่มันในขณะนี้จะสามารถสัมผัสได้“ภูตหยินอยู่ที่ใด?” สุ้มเสียงของจั่วม่อสั่นพร่าเล็กน้อยผูเยาหยุดลง กวาดตามองไปรอบๆ ทันใดนั้นชี้ไปทางหนึ่ง กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า“ทางนั้นมีตัวหนึ่ง” กล่าวจบ มันลอยลิ่วตรงไป ร่างกายของผูเยาคล้ายลอยอยู่ในอากาศตลอดกาล ไม่ต่างอันใดกับภูตผีจั่วม่อได้แต่ติดตามไปด้านหลังเห็นกลุ่มหมอกดำทรงกลมลูกหนึ่ง หมุนพล่านไปมาอยู่ตรงมุมถ้ำ“นี่หรือภูตหยิน?” จั่วม่อชี้ไปยังกลุ่มหมอกดำ ถามอย่างโง่งม ได้ยินผูเยากล่าวไว้น่ากลัวนักหนา ดังนั้นมันไม่เคยคิดว่าอสูรหยินจะเป็นลูกหมอกดำที่ดูคล้ายไม่มีเรี่ยวแรงฆ่าไก่เช่นนี้“ภูตหยินที่เพิ่งถือกำเนิดล้วนมีสารรูปเยี่ยงนี้ มันยังไม่เกิดสติปัญญา เมื่อใดที่มันมีสติปั