วเบา ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นไฟหินงอก เส้นเชือกไฟสีขาวพลันพุ่งออกมาจากไฟหินงอก ไฟหินงอกราวกับกลุ่มก้อนด้ายขดหนึ่ง และกลุ่มด้ายขดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นด้ายไฟที่พุ่งออกมาด้ายไฟสีขาวคล้ายถูกสาวดึงออกมาจากกองไฟไม่หยุดยั้งด้ายไฟสีขาวยืดยาวออกมาทุกขณะ ปลายด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับไฟหินงอกตลอดเวลา ส่วนปลายอีกด้านของด้ายไฟ เริ่มโลดแล่นไปรอบๆ เม็ดบัวดำนิลกาฬในขณะเดียวกัน ลูกไฟของไฟหินงอกก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเปลวไฟสุดท้ายเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของด้ายไฟ เม็ดบัวดำนิลกาฬที่เดิมทีถูกลูกไฟหินงอกห่อหุ้มไว้ ก็พลันหลุดออกมาสัมผัสกับอากาศ เส้นด้ายไฟสีขาวว่ายเวียนไปรอบๆ เม็ดบัวดำนิลกาฬที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับงูสีขาวอันปราดเปรียวตัวหนึ่งถึงตอนนี้ กระบวนท่าดรรชนีของจั่วม่อก็แปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน หากก่อนหน้านี้เรียกว่ารวดเร็วดุจสายฟั้า เวลานี้ดรรชนีของมันคล้ายแบกรับน้ำหนักมหาศาลกลายเป็นเชื่องช้าและหนักอึ้งทันใดนั้นเส้นด้ายไฟสีขาวพลันขาดตรงกึ่งกลาง แยกออกเป็นด้ายไฟสองเส้น ด้ายไฟทั้งสองเส้นดุจดั่งงูสีขาวตัวน้อยสองตัว ว่ายเวียนโคจรรอบเม็ดบัวดำนิลกาฬเป็นวงกลม ความเร็วในการหมุนวนของพวกมันถึงกับเร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ที่น่าประหลาดคือ เส้นด้ายไฟทั้งสองหมุนวนเป็นวงแหวนสองวงตัดไขว้กัน แต่ไม่เคยชนกันค่ายกลเพลิงหนึ่งหวน!เม็ดบัวดำนิลกาฬภายในค่ายกลไฟมั่นคงประหนึ่งก้อนหิน ไม่มีร่องรอยของการสะ