“มีซิวเจ่อด่านหนิงม่ายสามคนมาเยือน” วาจาของหลี่อิงฟั่งสะกดตรึงจั่วม่อจนชะงักงันสามซิวเจ่อด่านหนิงม่าย…นับตั้งแต่ที่จั่วม่อเริ่มทำการค้านี้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีผู้ฝึกตนด่านหนิงม่ายมาเป็นอาคันตุกะ บุคคลที่สวมใส่หมวกแพรดำซึ่งว่าจ้างให้ตัดแม่เหล็กเย็นในวันนั้น ก็สมควรอยู่ในด่านหนิงม่าย เวลาซิวเจ่อด่านหนิงม่ายมาเยือน จั่วม่อทั้งรักทั้งชังปะปนกันจนแยกไม่ออก สิ่งที่ชื่นชอบคือพวกมันจ่ายหนักกว่าคนทั่วไป แต่สิ่งที่ชังคืองานที่พวกมันต้องการว่าจ้างก็ยากลำบากกว่าปกติมาก งานเมื่อยิ่งยากก็ยิ่งเสี่ยง หากเกิดข้อผิดพลาด จั่วม่อไม่มีปัญญาชดใช้ให้แก่พวกมันได้ หากไม่ยอมชดใช้เล่า? เรื่องนี้เลิกคิดไปได้เลย อีกฝั่ายร้ายกาจกว่ามันมาก หากเกิดขัดแย้งกันขึ้นมา มันก็มีแต่ประสบชะตากรรมอันเลวร้ายแล้วคราวนี้ถึงกับมาพร้อมกันสามคน!“ฮึ่ม เจ้าหนูน้อยด่านจู้จีผู้หนึ่งกล้าวางท่าต่อหน้าพวกเรา! ฮึ่มๆ คิดก่อกวนโทสะข้าหรือ ระวังไฟโทสะข้าจะเผาที่นี่จนวอดวาย!”“น้องสาม อย่าพูดจาเหลวไหล!”สุ้มเสียงจากประตูเสียงดังฟังชัดมาก เห็นได้ชัดว่าคนทั้งสามเริ่มไม่พอใจ จั่วม่อรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที ได้แต่ร้องบอกออกไป “ท่านทั้งสามเชิญเข้า!”เพียงสิ้นเสียงจั่วม่อ คนทั้งสามก็เดินเข้ามา บุรุษที่นำหน้าสวมใส่อาภรณ์สีแดง ก้าวเดินดุจพยัคฆ์เยื้องย่างมังกรเดินหน แผ่ซ่านท่วงท่าสภาวะอันแกร่งกร้าวทรงพลังออกมาด้านซ้ายของมันเป็นบุรุษจมูกงองุ้มดุ