นเป็นกันเอง “แม่นาง ไฉนไม่วางยันต์ส่งสารในแขนเสื้อเจ้าลงเสียก่อนเล่า? อย่าขุ่นข้องหมองใจกันด้วยเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้จะดีกว่า”จั่วม่อลอบคิดว่าพวกเจ้าช่างประเสริฐนัก สามคนเพียงผลัดกันกล่าววาจาคนละรอบก็โจมตีเข้ามาทุกรูปแบบ ทั้งเกลี้ยกล่อม ทั้งข่มขู่ สารพัดไม้อ่อนไม้แข็ง มันพลันไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป โบกมือเตือนหลี่อิงฟั่งไม่ให้หุนหันพลันแล่น จากนั้นกล่าวอย่างกดดันว่า “ผู้อาวุโสทั้งสามอาจฟังมาผิดแล้ว ผู้น้อยเคยรับงานแม่เหล็กเย็นระดับสี่จริงแต่เพียงแค่ตัดแบ่งเท่านั้น ไม่ใช่แปรสภาพ”บุรุษชุดแดงสีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “อาจารย์จั่วไม่ไว้หน้าข้า?”จั่วม่อจู่ๆ ก็รู้สึกร่างแข็งทื่อ ราวกับว่าถูกบางสิ่งบางอย่างตรึงไว้แน่น ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว หลี่อิงฟั่งที่ด้านข้างใบหน้าไร้สีเลือด เบิกตามองคนทั้งสามอย่างตื่นตระหนก“ได้ๆ ข้าทำ ข้าทำ!” จั่วม่อเห็นสถานการณ์คับขันอันตราย ได้แต่กัดฟันรับคำ“ฮ่าฮ่า อาจารย์จั่วเป็นคนชาญฉลาด อย่าได้กังวล หากเจ้าสามารถแปรสภาพเม็ดบัวดำนิลกาฬสำเร็จ ม้วนหยกนี้ย่อมยกให้เจ้าอย่างไม่บิดพลิ้ว พวกเราทั้งสามจะไม่ปล่อยให้อาจารย์จั่วต้องขาดทุน” คนเสื้อแดงหัวร่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแรงกดดันรอบกายจั่วม่อถดถอยไปทันที มองไปยังบุรุษชุดแดง จั่วม่อหัวใจเย็นเฉียบ บุรุษผู้นี้ดูภายนอกสุภาพอ่อนโยน แต่ในความเป็นจริงดุดันอำมหิตยิ่ง หากวันนี้มันไม่อาจแปรสภาพเม็ดบัว