เมื่อจั่วม่อเสร็จสิ้นการสะสางพื้นที่ทุ่งปราณที่มันเช่าไว้ ก็ลากร่างอันเหนื่อยล้ากลับไปยังลานน้อยลมตะวันตก แต่พอเห็นกระเรียนกระดาษน้อยบินร่อนลงมา มันแทบจะเป็นลมล้มคว่ำลงตรงนั้นนางคงไม่เริ่มทรมานมันอีกกระมัง…จั่วม่ออยากร่ำไห้ แต่เรื่องนี้ไม่เคยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ใจมันปรารถนาอยู่แล้ว มันได้แต่ต้องปรับตัวเพื่อการอยู่รอด“นายท่านเจ้าขา! เบื่อจังเลย มาเล่นไขปริศนากันเถอะ!”จั่วม่ออยากตอบกลับไปว่า ‘ที่จริงเกอไม่เคยเบื่อเลย’ แต่เมื่อคำนึงถึงรสนิยมอันพิสดารของนางเกี่ยวกับ ‘ดอกไม้ไฟ’ จั่วม่อยังคงสงบจิตใจและตอบกลับไปอย่างมีเหตุมีผล “ข้าเล่นไม่เป็น”มันไม่คิดว่านี่ป็นการโกหกอีกฝั่าย มันไม่ทราบวิธีเล่นจริงๆ การละเล่นไขปริศนาสำหรับมันแล้วคำพวกนี้ไม่คุ้นหูสักนิด ราวกับว่ามันไม่เคยรู้จักมาก่อน ชีวิตของมันนับตั้งแต่วินาทีที่ฟืนขึ้นมา ก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่สามารถใช้ชีวิตสุขสบาย และเอาแต่เล่นการละเล่นอย่างเอื่อยเฉื่อยได้แต่ผู้อื่นเป็นมิตรมากและไม่ดูถูกเดียดฉันท์ เพียงกล่าวว่า “ไม่สำคัญหรอก บ่าวจะสอนนายท่านเอง”จั่วม่อพยายามดิ้นรนครั้งสุดท้าย “ข้าโง่มาก สอนไปก็ไม่เข้าใจหรอก”แต่ก็เหมือนกับสมัยก่อน อีกฝั่ายไม่ให้โอกาสมันขัดขืนแม้แต่น้อย ดังนั้นจั่วม่อจึงได้เห็นแถวตัวอักษรอธิบายกฏของการละเล่นไขปริศนายาวเหยียดกว่าแปดพันคำ คราวนี้จั่วม่อแทบหมดสติจริงๆ ยากอะไรจะปานนี้! สำหรับคนที่ไม่ชอบการละเล่นไขปริศน