ยง แทบสะดุดล้มหัวทิ่ม“วา! ศิษย์พี่หล่อเหลามาก!”“กรุณาเถิด นั่นเรียกว่าสง่าเยือกเย็น!”“ตอนที่ศิษย์พี่เป็นศิษย์ฝั่ายนอก ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าศิษย์พี่ไม่ใช่คนธรรมดา!”“ข้าอยากจะยั่วยวนศิษย์พี่เสียจริงๆ…”“ข้าจะฆ่าเจ้า!”… …จั่วม่อใบหน้าที่ไร้อารมณ์ยังถึงกับมืดครึ้ม มันตัดสินใจเลี่ยงออกห่างจากสตรีเสียสติเหล่านี้เมื่อจั่วม่อเริ่มเดินเฉียดไปทางฝังศิษย์บุรุษ พวกมันก็แสดงอารมณ์ร่วมเป็นอย่างดี“ศิษย์พี่ ฆ่าพวกมันให้หมด!”“สับมัน!”“สับมันเป็นแปดชิ้น ตัดมือตัดเท้ามัน ดึงเส้นเอ็นออกมา ทำลายเส้นชีพจร ตัดน้องชายมัน!”“สิ้นคิดจริงๆ! จะให้พวกมันไปฝึกคัมภีร์ทานตะวัน*กลับมาแก้แค้นหรือไร…”(*หมายถึงคัมภีร์ทานตะวันหรือเพลงกระบี่ปราบมารในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร ร้ายกาจเลิศภพจบแดน แต่ต้องสะบั้นแก่นกายตัวเองก่อนฝึกปรือ นัยว่าผู้เขียนแซวเรื่องอื่นเล่นนั่นแล)… …จั่วม่อรีบพาตัวเองออกห่างจากกลุ่มคนบ้าคลั่ง ที่จมลงไปในจิตวิญญาณการต่อสู้อย่างสมบูรณ์เหล่านี้เพียงเดินผ่านเหล่าศิษย์บุรุษสตรีเป็นระยะทางไม่ไกลเท่าใดนัก จั่วม่อผู้ซึ่งเดิมทีเต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ เกือบจะสูญเสียความปรารถนาในการต่อสู้ไปอย่างสิ้นเชิงแน่นอน ในสายตาของทุกผู้คน ศิษย์พี่จั่วม่อกำลังก้าวเดินอย่างมั่นคง ท่วงท่าเยือกเย็น องอาจสง่างามผ่านหน้าพวกมันไปแต่เมื่อจั่วม่อเห็นสีหน้าที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าบนใบหน้าของศิษย์พรรคอัจฉริยะปราณทั้งห้ามันค่อยอารมณ์ดีข