กศึกษาทดลองอยู่สองสามวัน จั่วม่อก็ประสบความสำเร็จในการก่อตั้งอาคมหวงห้ามขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่สร้างอาคมหวงห้ามแล้วเสร็จ เหมือนดั่งรู้ใจ เห็นนกกระเรียนกระดาษสีชมพูตัวหนึ่งบินร่อนลงมาจากฟั้าไกล“นายท่าน* ผู้อื่นเบื่อเหลือเกิน”“เจ้าต้องหาอะไรทำบ้าง”“แต่ผู้อื่นไม่รู้จะทำอะไรนี่นา แล้วทุกๆ วันนายท่านทำเรื่องอันใด?“บำเพ็ญเพียร”“บำเพ็ญเพียรทุกวี่วัน น่าเบื่อจะตายไป นอกจากบำเพ็ญเพียรเล่า ทุกวันนายท่านทำอะไรอีกบ้าง?”นอกจากบำเพ็ญเพียร? จั่วม่อชะงักกึก นั่นสิ นอกจากบำเพ็ญเพียรแล้ว มันยังทำเรื่องอะไรอีก? ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยเขียนลงไปว่า “หลอมกลั่นโอสถ”“นายท่านน่าเบื่อเสียจริง”จั่วม่อชักเคือง แทบไม่อาจสะกดกลั้นความขุ่นใจ มันเขียนลงไปประโยคเดียว “ใช่น่าเบื่อมาก”หลังจากผ่านไปนาน สุดท้ายไม่มีนกกระเรียนกระดาษบินมาอีก จั่วม่อค่อยระบายลมหายใจโล่งอก ดูเหมือนอีกฝั่ายหมดความกระตือรือร้นไปอย่างน่าพอใจ ด้วยคำตอบอันนิ่มนวลของมัน มันกลับไปยังห้องศิลา และเริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรอันน่าเบื่อของมัน(*ทีแรกผู้แปล แปลคำว่า เหยีย ว่าท่านปูั่ ซึ่งพอดูจากบริบทต่อๆ มา น่าจะผิดแล้วละ เหยียคำนี้ควรแปลว่า นายท่านมากกว่าท่านปูั่ ซึ่งจะเข้ากับบริบทออดอ้อนของสาวเจ้า ที่เดี๋ยวแทนตัวว่าผู้อื่น เดี๋ยวแทนตัวว่าบ่าว มากกว่า ดังนั้นขอเปลี่ยนจากท่านปูั่ เป็นนายท่านตั้งแต่ตรงนี้)ในห้องศิลา จั่วม่อถอยออกจากฌาน ลืมตาขึ้น ในช่วงหลังๆ