(เมฆหมอกปกคลุม – ใช้เปรียบกับความทุกข์)บรรยากาศในหอตงฝูเครียดเขม็งและหนักหน่วง แต่ละคนใบหน้าดำครึ้ม หลายคนในนั้นบนร่างมีร่องรอยบาดแผลที่ยังสดใหม่เบื้องหน้าของพวกมัน ร่างของเยวียนลี่นอนเหยียดยาว นิ่งเงียบงัน ผิวของมันเป็นสีเทาอมเขียวแปลกๆนางเซียนอวิ๋นเสียดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ นางซึ่งปกติมักจะมั่นคงเยือกเย็น ยังอดหวาดวิตกมิได้ เพื่อเสาะหาร่องรอยของอสูรปิศาจซึ่งบังคับให้เกิดดาวพร่างกลางทิวา พวกมันได้แยกย้ายกันสำรวจไปทั่วตงฝู อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าวันนี้พวกมันจะถูกซุ่มโจมตีอย่างกะทันหันนี่เป็นการซุ่มโจมตีที่วางแผนมาอย่างเหนือชั้น เปั้าหมายของศัตรูคือเยวียนลี่ พวกมันมีกันหลายคน ทุกคนใส่ชุดดำและสวมหน้ากาก พลังฝีมือล้วนน่าแตกตื่นสะท้านใจการประสานงานของพวกมันก็ดีเยี่ยม เยวียนลี่ถูกฆ่าตายแทบจะในพริบตาเดียว ในเวลานั้น อวิ๋นเสียเซียนจื่ออยู่ใกล้กับเยวียนลี่มากที่สุด หากนางขว้างมุกหยินอสนีบาตที่เพิ่งหลอมสร้างเสร็จชักช้ากว่านี้สักนิด นางจะตกเป็นเปั้าล้อมสังหารรายต่อไป และอาจกลายเป็นซากศพกองอยู่เคียงข้างเยวียนลี่ คราวนี้ล้วนอาศัยพลังของมุกหยินอสนีบาตจึงรอดพ้นอันตรายมาได้อย่างฉิวเฉียด“พวกมันเป็นใคร?” เทียนซงจื่อใบหน้าดำทะมึน ในฐานะผู้ปกครองที่แท้จริงแห่งตงฝู มีใครบางคนจู่โจมสังหารอาคันตุกะของมันในพื้นที่ของมัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเท่ากับท้าทายมันโดยตรงนางเซียนอวิ๋นเสียสงบใจลง กล่