ของเจ้าไม่อายบ้างหรือไร?”ผูเยาออกมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ กล่าวด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์“สินค้ามือสอง?” จั่วม่อยกม้วนหยกตั้งขึ้นในมือ “เจ้ามีหรือไม่?”“ข้าเก็บเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุด!” ผูเยากล่าวอย่างถือดี“เหมือนไข่มุกหยิน?” จั่วม่อยิ้มเย้ยผูเยาเหมือนลูกโปั่งถูกปล่อยลม เหตุการณ์ไข่มุกหยินกลายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของจั่วม่อ ผูเยาไม่มีช่องให้โต้แย้ง ได้แต่ฮึดฮัด แต่เมื่อมันมองไปยังค่ายกลยันต์รอบๆ ตัวทันใดนั้นก็หัวร่อถูกอกถูกใจจั่วม่อเริ่มรู้สึกหัวใจสั่นไหว อดถามไม่ได้ “เจ้าหัวร่ออันใด?”ดวงตาสีเลือดของผูเยาเผยประกายขบขันแปลกๆ จั่วม่อคุ้นเคยกับสีหน้าแบบนี้มากมันเคยเห็นสีหน้าเช่นนี้ของผูเยามานับครั้งไม่ถ้วน จั่วม่ออดไม่ได้ต้องรู้สึกไม่ชอบมาพากลขึ้นมา“ขอให้สนุกนะ” ผูเยาแสดงท่วงท่าภาคภูมิ เต็มไปด้วยด้วยความพึงใจ ขณะเดินกลับเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อจั่วม่อยิ่งรู้สึกหวั่นไหวมากกว่าเดิม มองไปยังค่ายกลยันต์รอบกาย หัวใจสั่นสะท้านหรือว่าค่ายกลพวกนี้ไม่ใช่ค่ายกลยันต์เสริมสร้างสังขาร?”ในเวลานี้เอง ทันใดนั้นหมอกจางๆ ก่อตัวขึ้นรอบด้าน จั่วม่อเห็นอย่างชัดเจนว่าหมอกนี้ถูกสร้างขึ้นจากค่ายกลยันต์ มันตึงเครียดในบัดดล จะเริ่มแล้วหรือ?หมอกแพร่กระจายเต็มพื้นที่ในพริบตา จั่วม่อกระทั่งเบื้องหน้ามันยังมองไม่เห็น ต้องเพิ่มความระแวดระวังมากขึ้นซี่!ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งออกมาจากหมอกอย่างเฉียบพลัน ทิ่ม