ใจก่อนจะเหินบินจากไปซู่ว จั่วม่อราวกับก้อนโคลนกลมๆ ถูกโยนลงในถังไม้อย่างแม่นยำ น้ำสมุนไพรร้อนจัดทำให้มันตาเหลือก สูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ สวี่ฉิงที่ด้านข้างใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อย นางบอกจั่วม่ออย่างเห็นอกเห็นใจว่า “ศิษย์พี่ ค่าน้ำสมุนไพรสำหรับอาบวันนี้มีต้นทุนหนึ่งชิ้นจิงสือระดับสาม นายหญิงบอกว่าเงินจำนวนนี้ให้ลงบัญชีท่านไว้ และท่านต้องจ่ายคืนในภายหลัง”จั่วม่อพยักหน้าด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว นี่มันร้อนเกินไปแล้ว!ทุกวันมันต้องจ่ายค่าน้ำสมุนไพรสำหรับอาบ สำนักช่างตระหนี่เสียจริง นี่ไม่เท่ากับบังคับให้มันเป็นหนี้หรอกหรือ? อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านมาหลายวัน จั่วม่อทราบดีว่าไร้ประโยชน์ที่จะแข็งขืน ได้แต่ต้องกัดฟันทนต่อไปเท่านั้น ที่สำคัญผลลัพธ์ที่ได้จากการอาบน้ำยายังเห็นได้ชัดเจนมาก หากไม่ได้แช่น้ำยา จั่วม่อแน่นอนว่าไม่อาจสำเร็จการฝึกอบรมที่อาจารย์ลุงรองกำหนดไว้ได้ จากนั้นมันก็ต้องประสบกับการลงโทษอันน่าหวาดหวั่นบางครั้งจั่วม่อก็มีความรู้สึกว่าอาจารย์ลุงรองกับซือฟูั่สมคบคิดกันให้เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว……สวี่ฉิงยิ่งเห็นอกเห็นใจมากขึ้น เมื่อนางกล่าวเตือนจั่วม่อว่า “ศิษย์พี่ ข้าต้องเร่งไฟให้แรงกว่านี้!”สักครู่ต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือดก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วเรือนขิงหอม เหล่าศิษย์สตรีที่กำลังทำงานอยู่ด้านหน้าลาน พากันหันมามองด้วยความเห็นใจพวกนางสบตากัน ก่อนจะถอนหายใจ “น่าสงสารจริงๆ!” จากนั้