งคงเร่งรุดไปยังห้องของนาง หยิบอินกุยเครื่องหนึ่งมาส่งให้จั่วม่อคว้าอินกุยได้ จั่วม่อไม่สนใจท่าทีประหลาดใจของเหล่าศิษย์น้องหญิง มันกระโดดขึ้นหลังคา ประจุพลังปราณลงไปในอินกุย แล้ววางลงที่ข้างกาย จากนั้นมันนอนแผ่อาบแสงตะวัน หลับตาครวญเพลงอย่างสุขใจนานมากแล้วที่ไม่ได้เป็นอิสระเช่นนี้ จั่วม่อรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่งพอมันเริ่มผ่อนคลายสบายอารมณ์ จู่ๆ ก็มืดลง จั่วม่อหยุดครวญเพลง ลืมตาขึ้นเห็นในท้องฟั้าเหนือศีรษะ เรือมหึมาลำหนึ่งแล่นผ่านไปอย่างแช่มช้า ขนาดของลำเรือมหึมานี้เทียบเท่าเรือพันปีกที่จั่วม่อเคยพบมาก่อน แต่หัวเรือแหลมคมยิ่งกว่า รอบๆ ลำเรือล้อมรอบด้วยฝูงนกสีสันสวยงามหืมม์ จั่วม่อยันกายลุกขึ้นนั่ง แหงนหน้ามองเรือมหึมา ลอบสงสัยในใจ คนใหญ่คนโตจากที่ใดมาเยือนตงฝู?เรือยักษ์ลำนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากตื่นตระหนก เหล่าศิษย์สตรีในลานชะงักสิ่งที่พวกนางกำลังทำและเริ่มถกเถียงกันอย่างออกรสสือฟั่งหรงบังเอิญออกมาพอดี พอสังเกตเห็นเรือมหึมา ดวงตาสาดประกายประหลาดแวบหนึ่ง ปากก็ดุว่า “เอ้า เลิกโวยวายกันเสียที!”ได้ยินเสียงตำหนิของสือฟั่งหรง ทุกผู้คนเงียบกริบในบัดดล และกลับไปทำงานในมือตามเดิม สือฟั่งหรงหันมาดุจั่วม่อบนหลังคา “ไปหลอมกลั่นของเจ้า!” กล่าวจบนางก็รีบออกจากลาน มุ่งหน้าไปยังโถงสุญตา จั่วม่อไม่ได้สนใจเรื่องการถูกดุ ในใจมันกำลังคาดเดาว่าเรือใหญ่ลำนี้มีความสัมพันธ์อันใดกับสำนัก?จั่วม่อรู้สึกว่าท่าทีของ