าหลัวหลีมาก จากมุมมองของสำนักแล้วเป็นธรรมดาที่จะปฏิบัติต่อทั้งคู่อย่างไม่เท่าเทียมกัน แต่จะอย่างไรพวกมันเลี้ยงดูหลัวหลีมาแต่เล็กแต่น้อย ในด้านอารมณ์นับว่าใกล้ชิดสนิทสนมกว่าเหวยเสิ้งมากเผยเหยียนหรานกล่าวอย่างครุ่นคิด “นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยไปตามอารมณ์ พวกเราเหล่าเซียนกระบี่ ยึดถือกฎเข้มแข็งกลืนกินอ่อนแอ ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดี แต่จำเป็นต้องเข้าใจถึงขีดความสามารถของตนเองด้วย”“ฉินเฉิงร้องขอเคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์จากข้า” ซินหยานกล่าว“คาดว่าเป็นหลัวหลีต่างหาก” หยานเล่อชาญฉลาดปราดเปรื่อง เพียงฟังก็เข้าใจกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “เคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์กับเคล็ดกระบี่เวิ้งว้างมารากต้นกำเนิดเดียวกันหมากของฉินเฉิงตานี้น่าสนใจไม่เบา”สือฟั่งหรงขมวดคิ้วนิ่วหน้า กล่าวว่า “นี่ไม่เกินเลยไปหน่อยหรือ?”เผยเหยียนหรานตอบปนหัวร่อ “ศิษย์น้องหญิงไม่ต้องวิตกไป การแข่งขันเป็นสิ่งที่ดีพวกมันล้วนยังเยาว์วัยนัก พวกเราสามารถคอยดูแลขัดเกลาไปทีละน้อย ไม่แน่ในบรรดาพวกมันอาจมีสักคนสองคนประสบความสำเร็จ ถึงตอนนั้นพวกเราจะได้ไม่ผิดต่อท่านอาจารย์ของเราแล้ว”ได้ฟังเช่นนี้ อีกสามคนพยักหน้าเห็นพ้องอย่างพร้อมเพรียงการประลองของจั่วม่อกับหลัวหลีทวีความรุนแรงขึ้นหลัวหลีแม้ใบหน้ายังไม่แยแส แต่ที่จริงในใจตื่นตะลึงไม่น้อย ในเวลาเพียงแค่สามเดือนกลับสามารถบรรลุพลังฝีมือถึงระดับนี้ เกรงว่าพรสวรรค์ของอีกฝั่ายหาได้ด้อยกว่ามันแม้แต่น้อยไม่