องเรา เพื่อตรวจสอบเรื่องดาวพร่างกลางทิวา ตงฝูเป็นหนึ่งในสิบสามเมืองใหญ่แห่งอาณาจักรนภาจันทร์ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงยอดฝีมือกลุ่มนี้ได้ ฉะนั้นต้องควบคุมเหล่าศิษย์ในสำนักให้ดี คอยยับยั้งพวกมันไว้ อย่าให้ก่อปัญหาอันใดขึ้นในช่วงเวลานี้”“พวกมันมากันกี่คน?” ซินหยานพอฟังว่าจะได้พบยอดฝีมือ ม่านตาของมันก็หดแคบเท่าปลายเข็ม เจตจำนงกระบี่ของมันสั่นสะเทือน“ศิษย์น้อง อย่าได้วุ่นวายไป ยอดฝีมือเหล่านี้ล้วนมาจากเบื้องบน” เผยเหยียนหรานเตือนอย่างเคร่งขรึมซินหยานสะท้านขึ้นคราหนึ่ง “มาจากเบื้องบน?” มันฝืนยิ้ม “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะโด่งดังไม่น้อย”“ทุกผู้คนล้วนล่วงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” เผยเหยียนหรานกล่าว “สิ่งที่เทียนซงจื่อมองเห็น เกรงว่าผู้อื่นอีกมากมายยิ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน แต่เวลานี้ อสูรปิศาจกำลังเข้มแข็งขึ้นทุกขณะ ผู้ใดหาญแตะต้องก่อน ผู้นั้นก็โชคร้ายแล้ว” กล่าวไปกล่าวไปน้ำเสียงก็กลับกลายเป็นหนาวเหน็บหลัวหลียืนอย่างสงบ ท่วงท่าไม่แยแส เบื้องหน้ามัน ฉินเฉิงตั้งท่าเตรียมพร้อม สีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง กล่าวว่า “ศิษย์น้อง ระมัดระวังด้วย”เพียงกล่าวจบคำ ฉินเฉิงผนึกปางมือ แสงสีดำสายหนึ่งพวยพุ่งตรงเข้าหาหลัวหลีเห็นเศษเสี้ยวสายฟั้าผสานอยู่ในลำแสงสีดำ เต็มไปด้วยกลิ่นอายข่มขวัญ เสียงฟั้าคำรนสนั่นกึกก้อง! วิชาที่ฉินเฉิงฝึกปรือเรียกว่า [เคล็ดกระบี่วายุอสนีบาต] กระบี่เช่นสายลมประดุจสายฟั้า ทรงพลังอำนาจอย่างน่า