ตูม! ตูม! ตูม!
ขณะนั้นเอง ซูเฉินก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
แววตาเขาวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะเก็บกลิ่นอายสังหารภายในกาย แล้วลุกไปเปิดประตูเรือน
“คารวะท่านซูเฉิน!”
เสียงหวานใสดังขึ้นเบื้องหน้า
ตรงหน้าซูเฉิน ปรากฏหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาว ใบหน้าละมุนละไมดูสง่างาม ท่วงท่าเรียบร้อยอ่อนโยน มีอารมณ์สงบเสงี่ยมในแววตา
นางคือ เติ้งจื่อเฉิน!
“คุณหนูเติ้ง? ไฉนท่านจึงมาที่นี่?”
ซูเฉินแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
ก่อนหน้านี้ ณ หอการค้าว่านเป่า เติ้งจื่อเฉินถูกคนของนิกายเทพศาสตราพาไปเข้ารับการทดสอบและกลายเป็นศิษย์ ซูเฉินไม่คาดคิดว่านางจะมาเยี่ยมเยียนตนถึงที่
“ท่านซูเฉิน เรียกข้าว่าจื่อเฉินก็พอ ข้าได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสอันดับสองแล้ว พอได้ยินว่าท่านซูเฉินก็มายังนิกาย ข้าจึงมาคารวะ หวังว่าท่านจะไม่ถือสา”
น้ำเสียงเติ้งจื่อเฉินแฝงความขวยเขิน แต่ก็เปี่ยมด้วยความจริงใจ
“ผู้อาวุโสอันดับสอง? มู่หรงจิ่งกระมัง? เช่นนั้นยินดีด้วยที่ทะลวงเปิดจุดตันเถียน ทะลุเข้าสู่ขอบเขตชำระลมปราณได้อย่างรวดเร็ว”
ซูเฉินจับสัมผัสพลังในร่างนางได้ในพริบตา ก่อนจะเอ่ยยิ้ม
เมื่อไม่กี่วันก่อน เติ้งจื่อเฉินยังไร้พลังฝึกตนโดยสิ้นเชิง
แต่เพียงไม่กี่วันก็สามารถทะลวงขอบเขตกายภาพ เปิดจุดตันเถียนเข้าสู่ขอบเขตชำระลมปราณได้ ย่อมต้องเป็นฝีมือของมู่หรงจิ่ง
อีกทั้งร่างกายของเติ้งจื่อเฉินก็หาใช่ธรรมดา หากเป็นร่างวิญญาณบริสุทธิ์ เส้