ตึงเครียดเห็นเม็ดยาราชันธัญพืชที่เปล่งประกายสีทองเม็ดหนึ่ง นอนนิ่งเงียบงันอยู่ด้านล่างของกระถางหลอมกลั่นไม่มีอาการโห่ร้องยินดี ไม่มีกระโดดจนตัวลอย สีหน้าจั่วม่อยังคงไร้อารมณ์ความรู้สึก มันเหม่อมองอย่างโง่งม พลางพึมพำว่า“เกอรวยแล้ว!”เท่านั้นเอง เบื้องหน้าพลันมืดทะมึน จั่วม่อล้มฟาดลงกับพื้นเสียงดัง หลับเป็นตายไปในบัดดลเหน็ดเหนื่อยแทบตายแล้ว!ภายในโถงสุญตา เผยเหยียนหรานสีหน้ามืดมน ขณะที่มองไปยังบุรุษสตรีที่คุกเข่าอยู่ด้านล่างหลัวหลีกับห่าวหมิ่นตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวบนที่นั่งด้านข้างเจ้าสำนัก ใบหน้าสือฟั่งหรงเปียมล้นด้วยโทสะ นางมักจะให้ความสำคัญอย่างสูงกับทุ่งโอสถในหุบเขาหมอกเย็นเยือก ซึ่งเป็นเหตุผลที่มอบหมายให้ห่าวหมิ่นคอยดูแลเอาใจใส่ นางไม่เคยคาดคิดว่าห่าวหมิ่นจะตั้งอกตั้งใจละทิ้งหน้าที่ถึงเพียงนี้ สีหน้าของซินหยานกับหยานเล่อก็ไม่สู้ดีนัก สำนักกระบี่สุญตาอาจเป็นเพียงสำนักเล็กๆ แต่กฎของสำนักก็เข้มงวดเคร่งครัดเสมอมาไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่ทั้งสองคนออกไปยังด้านนอก แต่พวกมันทั้งคู่ล้วนมีหน้าที่รับผิดชอบสำคัญ กระนั้นก็ยังลอบออกไปท่องเที่ยวเป็นเวลานาน ดังนั้นพวกมันแน่นอนว่าจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักจั่วม่อตื่นขึ้นมา พบว่าตนยังนอนอยู่ในห้องหลอมกลั่น มันรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมองไปยังเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรที่ยังอยู่ในกระถาง มันถอนหายใจโล่งอก ไม่ได้ฝันไปจริงๆมันคร้านจะกลับไปยังห้องศิลา ดังน