องปัญหาที่มันกำลังเผชิญดังนั้นเอาแต่รีดเค้นกำลังสมองครุ่นคิดอยู่ในห้องหลอมกลั่นของมันเวลาเดียวกัน ภายในถ้ำกระบี่ ในความมืดมิดชนิดที่ว่าต่อให้กางมือออกยังมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า พื้นหินใต้เท้าเย็นเฉียบปานน้ำแข็ง แม่น้ำโลหิตที่อยู่ไม่ไกลไหลเร็วรี่ปันปั่วนไม่มีที่สิ้นสุด เหวยเสิ้งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ในที่สุดไม่อาจทานทนอีกต่อไป ทรุดลงนั่งไขว้ขวาบนพื้น ดิ่งลงสู่สภาวะฌานความเหน็ดเหนื่อยที่หว่างคิ้วไม่อาจปิดซ่อน สภาพของมันน่าสมเพชสุดทนดูร่างกายครึ่งท่อนบนเปลือยเปล่า เห็นบาดแผลตัดไขว้เปรอะเปือนไปทั้งร่าง นับคร่าวๆยังได้ถึงสิบกว่าแห่ง ที่น่าตกตะลึงต่อสายตาเป็นครึ่งท่อนล่างที่เหลือเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว ทันทีที่นั่งลงมันเข้าสู่สภาวะฌานอย่างรีบด่วน จากนั้นเมื่อจิตดื่มด่ำอยู่ในห้วงฌาน เหวยเสิ้งกระดูกสันหลังพลันตั้งเหยียดตรงดุจกระบี่ เค้าความภาคภูมิและโอ่อ่าสง่างามประการหนึ่ง แผ่ซ่านออกมาอย่างเลือนราง ผ่านรูปลักษณ์สงบนิ่งของมันเวลาเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ แต่เหวยเสิ้งยังคงไม่ไหวติงทันใดนั้น เงาดำทมิฬสายหนึ่งปรากฏขึ้นและเข้าใกล้เหวยเสิ้งโดยไร้เสียง ในสภาวะเข้าฌาน เหวยเสิ้งไม่ได้ตรวจพบมัน พอเข้าไปใกล้จนได้ระยะเหมาะสม เงาดำพลันกระโจนเข้าใส่เหวยเสิ้งอย่างดุร้าย!เห็นได้ชัดว่าเหวยเสิ้งยังคงอยู่ในฌาน จู่ๆ ลืมตาพรึบอย่างไม่คาดฝัน ไม่เห็นมันเคลื่อนไหวอันใด แต่ปราณกระบี่สีเขียวสายหนึ่งวาบขึ้นในความมืด เ