่ในด่านจู้จีแต่ฝึกปรือเคล็ดกระบี่เวิ้งว้างสำเร็จ พลังฝีมือของมันสามารถเทียบได้กับผู้ฝึกตนด่านหนิงม่ายขั้นต้น มันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเหมือง คอยเฝั้าควบคุมเหล่าทาสฝึกตน ใต้ดินนั้นทั้งมืด ทั้งไม่สบาย น่าเบื่อหน่ายถึงที่สุด นอกเหนือจากศิษย์น้องหลัวหลีแล้ว ไม่มีผู้ใดอยากไป ดังนั้นสำนักมอบแต้มคุณูปการให้แก่มันในอัตราที่สูงมาก”เมื่อศิษย์พี่สวี่อี้กล่าวถึงหลัวหลี จั่วม่อก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ในชั้นสองของหอคัมภีร์ ข้าไม่เห็นมีเคล็ดกระบี่เวิ้งว้างกับเคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์อยู่เลย”“เฮะเฮะ ศิษย์น้องรีบร้อนเกินไปแล้ว สองเคล็ดวิชานี้อาจจัดอยู่ระดับที่สาม แต่พวกมันเป็นชั้นสูงสุดในระดับสาม อีกทั้งยังอาจค้นพบเงาของเคล็ดกระบี่สุญตาจากทั้งสองวิชา สำนักย่อมระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เมื่อศิษย์น้องอยู่ในสำนักนาน ๆ ไป เจ้าย่อมสามารถแลกเปลี่ยนได้ในที่สุด”จั่วม่อค่อยเข้าใจกระจ่างออกจากสถานที่ของศิษย์พี่สวี่อี้ จั่วม่อกำหนดแนวคิดคร่าว ๆ สำหรับสิ่งที่มันต้องทำ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาแต้มคุณูปการจากสำนัก ดูเหมือนวิธีที่เป็นไปได้มากที่สุดในเวลานี้คือพึ่งพาการปลูกพืชปราณครั้นเมื่อกลับมาถึงปากทางเข้าหุบเขาลมตะวันตก มันพบศิษย์พี่หญิงหลี่อิงฟั่ง จึงรีบทักทาย “ไฉนศิษย์พี่หญิงไม่เข้าไปรอด้านใน?”“อาคมหวงห้ามในหุบเขาของศิษย์น้องดุดันมาก ศิษย์พี่หญิงไม่กล้าอวดดีเกินไป”หลี่อิงฟั่งหยอกล้อจั่วม่อสะท้านใจ เนื่องจากเหตุ