เมื่อตื่นขึ้นมา จั่วม่อแทบไม่อาจลืมตาสู้แสงตะวันอันเจิดจ้ามันครวญครางด้วยความรู้สึกสุขสบาย ความเจ็บปวดก่อนหน้านี้ทำให้ร่างกายผ่อนคลายกว่าเดิม สุขสบายเสียจนยังไม่อยากตื่น หลังจากดิ้นรนอยู่ครู่ใหญ่ ค่อยฝืนใจลุกขึ้นมา อันที่จริงในด่านจู้จีไม่จำเป็นต้องนอนหลับอีกต่อไป แต่นอกเหนือจากการฟืนฟูเรี่ยวแรงแล้ว จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการนอนหลับคือปล่อยให้จิตใจได้พักผ่อนเสียบ้างท่ามกลางแสงแดดอันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา จั่วม่อยืดเส้นยืดสาย บิดกายดัดตัวกระดูกทุกข้อลั่นเกรียวกราวราวข้าวตอกแตก ลั่นเสียจนจั่วม่อผวาขึ้นมาทันที รีบตรวจสอบร่างกายตัวเอง เมื่อไม่พบปัญหาใด ๆ ค่อยอุ่นใจขึ้นมาบ้างทุกครั้งที่พลังฝีมือรุดหน้า มันมักจะรู้สึกสับสนระคนโง่เขลาอยู่เสมอ ไม่เคยทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ดังเช่นตอนที่เคล็ดเมฆฝนหล่นรินไปถึงขั้นที่สี่ หรือตอนที่เคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิดทะลวงสู่ขั้นลมหายใจแรก ทุกครั้งล้วนเป็นเช่นนี้ และคราวนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น นอกเหนือจากเสียงกระดูกลั่นอันคมชัด และพลังบำเพ็ญเพียรเพิ่มพูนขึ้น มันก็ยังไม่พบข้อดีอื่น ๆ ของด่านจู้จีมันเป็นคนโลภมากเกินไปแล้ว จั่วม่อหัวร่อตัวเอง ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด เพียงแค่พลังบำเพ็ญเพียรรุดหน้าขึ้น ก็เพียงพอให้มันได้รับประโยชน์มหาศาลแล้วเดินออกมาจากห้อง หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติ จั่วม่อรู้สึกว่าแสงแดดอันอบอุ่นยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น แม้แต่เจ้านกบัดซบบนหลังคา ก็ย