ๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย ละอองหมอกรื้นขึ้นในดวงตากลมโตของนาง ปากสั่นรีบอธิบาย “ไม่ใช่ ไม่ใช่……”จั่วม่อตระหนักในทันทีว่าหากมันไม่ยอมเลิกรา นางคงจะร่ำไห้ออกมาจริง ๆ แล้วพลันรู้สึกเสียใจกับการกระทำของมันอย่างกะทันหันนี่ไม่เท่ากับเพิ่มปัญหาให้กับตัวมันเองหรอกหรือ?มันรีบผ่อนคลายน้ำเสียง “เอาละ เอาละ ที่ข้ามาในวันนี้ เพราะมีสิ่งของบางอย่างจะมอบให้เจ้า”ละอองหมอกในดวงตาเสี่ยวกั่วเหือดหายในฉับพลัน นางจ้องมองจั่วม่ออย่างงงงวยถามอย่างขลาดเขลา“สิ่งของอันใดหรือศิษย์พี่?”“นี่เป็นวิชากระบี่จำนวนหนึ่ง จงนำไปฝึกปรือ เจ้าสามารถมอบต่อให้กับศิษย์พี่ศิษย์น้องผู้อื่นของเจ้าได้” กล่าวพลางส่งม้วนหยกสองม้วนให้แม่นางน้อยม้วนหนึ่งบันทึกกระบวนท่ากระบี่พื้นฐาน ที่มันเลือกออกมาจากม้วนหยกที่ศิษย์พี่เหวยเสิ้งเคยมอบให้มัน พร้อมกันนั้น ก็ถอดแหวนกระบี่ทองออกจากนิ้ว แล้วส่งให้แก่นางด้วย“ส่วนนี่คือแหวนกระบี่ทอง มันสามารถเก็บกักปราณกระบี่ไว้ได้สามเล่ม แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องฝึกปรือเวทวิชาสายธาตุทองเสียก่อน อืมม์ ในม้วนหยกอีกม้วนหนึ่งนี้ มีเวทวิชาเบญจธาตุบันทึกอยู่ภายใน หลังจากฝึกปรือเคล็ดทองคำคร่ำคร่าสักระยะหนึ่ง เจ้าสมควรใช้งานยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้ได้”หลังจากอธิบายจบครบถ้วนกระบวนความ จั่วม่อก็ทอดถอนอย่างโล่งอก แม่นางน้อยจอมสับสนวุ่นวายผู้นี้มักทำให้มันปวดศีรษะเสมอแหวนกระบี่ทองตอนนี้ไม่มีประโยชน์ต่อมันมากนัก อีกทั้งมันยังตัดสิน