ป็นศิษย์พี่ของเจ้าผู้นั้น พลังสภาวะของมันเข้มแข็งกว่ามากฟูั่จินเฉลียวฉลาดยิ่ง พอเห็นสถานการณ์ ในใจก็รู้สึกขมขื่นขึ้นมาทันที แต่ยังรีบปันรอยยิ้มบนใบหน้า “นายท่านทั้งสอง เชิญเชิญเชิญ พวกเรานั่งลงก่อน ดื่มชาสักจอก……”ปึก!เสียงกล่าววาจาชะงักขาดหายในฉับพลัน ฟูั่จินปลิวลิ่วไปดุจกระสอบทรายใบหนึ่ง“สวะเอ๊ย! ต่อหน้าข้ามีที่ให้เจ้ากล่าววาจาหรือ?”ศิษย์สำนักตงฉีนั้นชักมือกลับพลางกล่าวอย่างเย็นชาจั่วม่อไม่คาดคิดว่าอีกฝั่ายจู่ ๆ ก็ลงมือโดยไม่บอกกล่าว จึงไม่ทันได้ตอบสนอง ได้แต่รีบวิ่งไปประคองฟูั่จิน เมื่อเห็นรอยฝั่ามือบนใบหน้ากับเลือดที่ทะลักลงจากมุมปากของฟูั่จิน จั่วม่อดวงตากลายเป็นมืดมน มันค่อย ๆ ประคองฟูั่จินลุกขึ้นอย่างระมัดระวังจากนั้นหมุนตัวกลับมาช้าๆ“ผู้ใดช่างโง่เขลาไม่รู้ความ ปล่อยสุนัขออกมาเที่ยวไล่กัดคนได้อย่างไร?” จั่วม่อจ้องมองผู้ที่เพิ่งลงมือตาเขม็ง ปลายนิ้วลูบแหวนกระบี่ทองคนผู้นั้นใบหน้าแดงฉานดุจตับสุกร ตวาดด้วยโทสะ “เจ้า เจ้า มารดาเจ้า… …”เสียงของมันขาดหายไปในฉับพลันปราณกระบี่สายหนึ่ง ประจุเต็มไปด้วยเมฆปราณน้ำค้างแข็ง แทงใส่หว่างคิ้วมันอย่างแม่นยำ!