“ศิษย์พี่เคยได้ยินเรื่องสำนักกระบี่สุญตามาบ้างหรือไม่?”เห็นสองบุรุษเดินทางเคียงกันอยู่บนภูเขา แต่ละคนขี่วัวสีเขียวคนละตัว วัวสีเขียวคู่นั้นขนเรียบลื่น ตลอดทั้งร่างเป็นสีเขียวเข้ม สองเขาดำสนิท พวกมันก้าวเดินอย่างไม่ได้เร่งรีบ ท่วงท่าตามสบาย มั่นคงราบเรียบถึงขีดสุด จนบุรุษสองคนบนหลังของพวกมันดูราวกับรูปปัน นั่งแน่วนิ่งแทบไม่ไหวติง“ฮาฮา ด้วยความโกลาหลวุ่นวายที่เกิดขึ้น คิดไม่ได้ยินก็คงไม่ง่ายแล้ว”บุรุษที่สูงวัยกว่าเรียกว่าซือเสียง มันเป็นศิษย์สำนักกระบี่สีชาดผู้หนึ่ง อีกบุรุษหนึ่งเป็นศิษย์ผู้น้องของมันนามว่าเหลียงลั่ว สำนักกระบี่สีชาดมีชื่อเสียงอยู่บ้างแถบตงฝู บุรุษคู่นี้ล้วนมีพรสวรรค์แต่กำเนิดไม่ธรรมดา แม้ว่าจะยังถูกจำกัดด้วยวัยอันอ่อนเยาว์ แต่พวกมันทั้งมีฝีมือเข้มแข็ง และชื่อเสียงเลื่องลือไม่เบา(ซือเสียง – ซือ แปลว่า บริจาค,ให้ทาน เสียง แปลว่า มงคล : เหลียงลั่ว-สะพานแม่น้ำลั่ว )“ฮ่า ใช่ ใช่ ฟังดูทั้งลึกลับ ทั้งเหลือเชื่อ จนข้าเชื่อไม่ลงจริงๆ ” เหลียงลั่วกล่าวพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจซือเสียงเหลือบมองศิษย์ผู้น้อง ลอบหัวร่อในใจ ศิษย์น้องผู้นี้อื่นใดล้วนดีไปหมด เสียแต่ทระนงตนมากเกินไปหน่อย แต่ตัวมันเองก็พอเข้าใจได้ ศิษย์น้องอ่อนเยาว์กว่ามันสิบปีเต็ม แต่พลังบำเพ็ญเพียรเกือบจะใกล้เคียงกัน หากศิษย์น้องอยู่ในสำนักใหญ่ อนาคตของมันแทบจะไร้ขีดจำกัด“ปราณกระบี่ในราตรีนั้น ข้าเห็นกับตาตัวเองด้วยซ