ระหนักซึ้งว่าสภาพของเหวยเสิ้งอยู่ในช่วงวิกฤติแล้ว จั่วม่อก็ไม่มัวเสียเวลากล่าววาจาไร้สาระ “ศิษย์พี่ โปรดตามข้ามา” เพียงจบคำ มันก็วิ่งรี่นำตรงไปยังหุบเขาหมอกเย็นเยือกติดตามหลังมันมา เป็นเสียงแตกระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกหนแห่งที่ศิษย์พี่เหวยเสิ้งเคลื่อนผ่าน ทิ้งรอยตัดขวางไว้เกลื่อนพื้น หินกรวดเล็ก ๆ กระเด็นเวียนว่อนในไม่ช้าทั้งคู่ก็บรรลุถึงหุบเขาหมอกเย็นเยือก จั่วม่อรีบตะโกนบอก “ศิษย์พี่ โปรดรอสักครู่” จากนั้นมันวิ่งเข้าไปในหมอก หายไปครู่หนึ่ง แล้วกลับมาอย่างรวดเร็ว ในมือถือหญ้ามังกรเพลิงสีแดงจัดจ้า มันค่อย ๆ วางต้นหญ้าลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง แล้วกระโดดถอยหลังอย่างว่องไวยามนี้ศิษย์พี่ถูกห่อหุ้มด้วยเจตจำนงกระบี่อันโปร่งใส ทั้งยังกระจัดกระจาย พลังทำลายยิ่งน่าสะพรึงกลัว จนหัวใจมันสั่นสะท้าน ย่อมมิกล้าเฉียดกรายเข้าใกล้เหวยเสิ้งก้มลงหยิบฉวยต้นหญ้ามังกรเพลิง เห็นหญ้ามังกรเพลิงคล้ายลุกไหม้ดุจกองไฟกองหนึ่ง สีสันสดใสกว่าเดิมมากความปิติยินดีวาบผ่านใบหน้าเหวยเสิ้ง ท่าทางมันเคร่งขรึมจริงจัง น้อมคารวะจั่วม่อ“ขอบคุณเจ้ามากแล้ว ศิษย์น้อง”จบคำ มันก็รีบจากไปจั่วม่อจ้องมองด้านหลังของศิษย์พี่เหวยเสิ้งอย่างงุนงงไม่คลาย นี่เป็นครั้งแรกที่มันพบเห็นผู้ที่กำลังจะทะลวงด่านจู้จี ช่างแตกต่างจากที่เคยจินตนาการไว้ไม่น้อย มิทราบตอนที่ศิษย์พี่หญิงหลี่อิงฟั่งเข้าสู่ด่านจู้จี ใช่มีสภาพเช่นนี้หรือไม่?ด่านจู้จี