มันลอบขยิบตาให้เสี่ยวกั่ว แน่นอนว่าใบหน้าของเสี่ยวกั่วพลันแดงวูบขึ้นมาตามที่คาดไว้รอจนทุกคนนั่งลงเรียบร้อย หลี่อิงฟั่งก็ประกาศเจตนาของนาง “ที่มาในวันนี้ เพื่อขอความกรุณาจากศิษย์น้อง”จั่วม่อรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยดูเหมือนจะพบเห็นความงงงวยของจั่วม่อ ไม่รอให้มันกล่าวถาม หลี่อิงฟั่งอธิบายพลางถอนหายใจเบา ๆ “เมื่อเข้าสู่ศิษย์ฝั่ายใน เกรงว่าข้าจะไม่มีเวลามาดูแลเหล่าพี่น้องของข้าอีกต่อไป และด้วยระดับการรุดหน้าของศิษย์น้องเจ้า ในสำนักไม่มีผู้ใดเทียบเทียมศิษย์พี่หญิงผู้นี้ได้แต่บากหน้ามาขอร้องเจ้าแล้ว”จั่วม่อรีบกล่าว “ศิษย์พี่หญิง โปรดบอกมาเถอะ” ในไม่ช้าหลี่อิงฟั่งจะกลายเป็นศิษย์ฝั่ายใน ตราบใดที่มันหวังจะอาศัยอยู่ในสำนักกระบี่สุญตามากกว่าหนึ่งวัน ย่อมไม่กล้าล่วงเกินบุคคลเช่นนี้หลี่อิงฟั่งหยิบถุงผ้าใบเล็กออกมา วางลงบนโต๊ะหิน “นี่คือยี่สิบชิ้นจิงสือระดับสองถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยจากศิษย์พี่หญิงผู้นี้ ศิษย์น้องอย่าได้ปฏิเสธ วันหน้าหากศิษย์น้องมีเวลาว่าง โปรดสละเวลาไปยังดอยตะวันออกบ้าง ดูแลเรื่องราวของพวกนางสักเล็กน้อยการอยู่รอดของพวกนางไม่ใช่เรื่องง่ายดาย หากประสบปัญหาเช่นเดียวกับคราวที่แล้วปราศจากความช่วยเหลือจากศิษย์น้อง พวกนางก็ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพาได้อีกแล้ว”เบื้องหลังนาง เสี่ยวกั่วเบะปาก ขอบตารื้นขึ้นมาในทันที ศิษย์สตรีอีกสองนางก็ดวงตาแดงก่ำจั่วม่อลอบถอนหายใจอย่างชื่นชม หากเทียบกับศิษย์พี่เหวยเส