ำลายล้างสิ้นด้วยฝีมือของเหล่าคนรุ่นก่อน และการต่อสู้ครั้งนี้เองที่วางรากฐานให้กับผู้ฝึกตนเรา ได้มีสถานะดังเช่นทุกวันนี้”ต่อมาสีหน้ามันแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าเสียดาย “อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเหล่าอสูรปิศาจจะถูกกวาดล้าง และถูกจับกุมจนเกือบหมดสิ้น แต่ฝั่ายผู้ฝึกตนเราก็เสียหายสาหัส พลังอันยิ่งใหญ่หลงเหลือเพียงหนึ่งในสิบส่วน หลายสำนักสูญสิ้นไปในมหาสงคราม เคล็ดวิชานับไม่ถ้วนหายสาบสูญ กระทั่งล่วงผ่านมาสามพันปี ฝั่ายผู้ฝึกตนเรายังมิอาจฟืนคืนความรุ่งโรจน์เฉกเช่นในอดีตได้ แต่จะอย่างไร เมื่อเทียบกับเราแล้ว อสูรปิศาจยังสูญเสียใหญ่หลวงยิ่งกว่า จนถึงตอนนี้ เจ้าเคยเห็นพวกมันมีปัญญาบุกทะลวงผ่านมหานครนภาโลหิตออกมาหรือไม่?”หลีเซียนเอ๋อร์รับฟังอย่างตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ที่นางล่วงรู้อยู่แล้วแต่ทุกครั้งที่ได้ยิน ก็ยังจับใจนางอยู่ไม่คลาย“ท่านปูั่เรียกข้ากลับไป” นางทำปากยื่น สีหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจ “ไม่ง่ายนักที่จะได้มีโอกาสออกมาข้างนอก และข้าก็เพิ่งออกมาได้เพียงไม่นาน ท่านปูั่ยังจะเรียกร้องให้ข้ากลับไปอีก มิหนำซ้ำเรายังจับกุมเจ้าเสี่ยวเยานั่นไม่ได้เลย หากเราจะต้องกลับ ใช่สมควรรอจนกระทั่งข้าจับเสี่ยวเยาตนนั้นได้ก่อนหรือไม่”ชื่อเหย่เจินเหรินมองความไร้เดียงสาบนใบหน้านาง ร่องรอยเอ็นดูวาบผ่านใบหน้ามัน แต่ยังคงกระตุ้นเตือนว่า “คุณหนู เจ้าสำนักสั่งให้ท่านกลับไป บางทีอาจมีเรื่องสำคัญอื่น”“จะไปมีเรื่องอั