ากไปเมื่อบ่ายนี้ ทุ่งนาปราณผืนใหญ่อีกด้านหนึ่งเริ่มแสดงอาการเหี่ยวเฉาออกมาให้เห็นจั่วม่อย่างเท้าเข้าไปใกล้ต้นข้าวปราณ กลิ่นเหม็นคาวลอยเข้าปะทะหน้า มันพลันหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ ที่ศิษย์พี่กัวหลูกระอักเลือดเป็นฟูฝอย และสิ้นสติไป ต้องบังเกิดความลังเลขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ความลังเลนี้เพียงผ่านมา แล้วหายวับไปจากดวงตาเปลี่ยนเป็นประกายเจิดจ้าดุจดั่งเพลิงโหมไหม้พลังปราณทองคำคร่ำคร่ากระพริบวาบ แสงประกายสีทองแพรวพราวเจิดจ้าท่ามกลางความมืด มันดูคล้ายไฟวิญญาณสีทองกลุ่มหนึ่งจั่วม่อมือขวาควบคุมปราณทองคำคร่ำคร่า สูดลมหายใจลึก แล้วพลันอัดปราณทองคำคร่ำคร่าใส่ต้นข้าวปราณที่อยู่เบื้องหน้าบูม!ราวกับว่ามันถูกดึงเข้าสู่โลกอื่นอีกครั้งเห็นเมล็ดพืชคล้ายดอกผูกงอิงสีดำจำนวนเหลือคนานับ ล่องลอยเต็มปรี่อยู่ในพื้นที่ช่องว่าง เกลื่อนกล่น แผ่กว้างไม่ผิดอันใดกับแผ่นผืนมหาสมุทรสีดำอันไพศาล มหาสมุทรสีดำส่ายไกวอย่างนุ่มนวล ทุกครั้งที่มันกระเพื่อม ก็แผ่พุ่งพลังกดดันมหาศาลออกมา(ดอกผูกงอิง – ดอกแดนดิไลออน หรือทัมโปโปะของโนบิตะนั่นเอง)ผูกงอิงแต่ละเมล็ดทั้งเล็ก ทั้งอ่อนแอ แต่พอพลังงานรวมของมหาสมุทรสีดำกระจายออกมา แม้แต่จั่วม่อผู้กระเหี้ยนกระหือรือ ยังไม่อาจปลุกปลอบความคิดต่อต้านขัดขืนขึ้นมาได้จั่วม่อยืนตัวแข็งทื่อ เหม่อมองอย่างไร้สติ เผชิญหน้ากับมหาสมุทรสีดำอันน่ากลัวนี้กระทั่งปราณทองคำคร่ำคร่าที่มักจะดุดันรุนแรง ยังถอยหลังกร