เพียงกระบี่เดียวก็เกินพอที่จะกวาดล้างมหาสมุทรดำทั้งมวล ต้นข้าวปราณกลับสู่สภาพเดิม แม้ว่าพวกมันจะได้รับความเสียหายหนัก ทั้งยังอาจต้องใช้เวลาในการฟืนตัวอยู่บ้างก็ตามจั่วม่อกลับมาควบคุมจิตสำนึกได้อีกครั้ง มันรีบถอนพลังปราณจากต้นข้าว แล้วเผ่นออกจากทุ่งข้าวปราณอย่างเร่งด่วน อดปาดเหงื่อเย็นเยียบบนหน้าผากไม่ได้ความอันตรายทั้งหมดในค่ำคืนนี้ เหนือกว่าที่มันเคยจินตนาการไว้มาก พอหวนนึกอีกที ยังอดอกสั่นขวัญผวาไม่ได้จั่วม่อทิ้งตัวลงกับพื้น ทั่งร่างอ่อนยวบ เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ สายลมยามราตรีพัดผ่านมา มันพลันสยิวกายอย่างหนาวเหน็บ สั่นสะท้านไปทั้งร่างครู่ใหญ่ มันค่อยลุกเดินอย่างไร้วิญญาณ กลับไปยังบ้านน้อยของมันที่แท้เมล็ดผูกงอิงสีดำที่ซ่อนอยู่ในต้นข้าวปราณคือสิ่งใด? แล้วกระบี่ที่โจมตีมาจากที่ไหนสักแห่ง นั่นเป็นฝีมือผู้ใด?กระบี่เล่มนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้มันอย่างเหลือเชื่อ!ทั้งเย็นเยียบเสียดกระดูก เจตนาสังหารล้นปรี่ ความหมายของกระบี่ถูกตราตรึงไว้ในใจมัน ยามนี้มันพลันเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่าไฉนผู้คนมากมายเลือกฝึกตนเป็นเซียนกระบี่ การไขว่คว้าหาความแข็งแกร่งย่อมเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว!ยิ่งไปกว่านั้น เซียนกระบี่ช่างเข้มแข็งกระไรปานนี้ พลังอันน่าขนพองสยองเกล้ากระไรเช่นนี้!ทุ่งนาปราณห้าสิบหมู่ของมันในที่สุดก็รักษาไว้ได้ แม้ว่าผลผลิตในปีนี้น่าจะลดลงอย่างมาก แต่สมควรเพียงพอให้มันจ่ายค่าเช่าที่นาในป