มือจับค้างที่ต้นข้าวปราณ ร่องรอยของแสงสีทอง ลอยขึ้นบนใบหน้าของศิษย์พี่กัวหลูในบัดดลเท่านี้ก็เพียงพอให้จั่วม่อทอดถอนชมเชย ระดับความเข้าใจในเคล็ดทองคำคร่ำคร่าของศิษย์พี่กัวหลู เหนือล้ำกว่ามันมากนัก แม้ว่าต่างอยู่ในขั้นที่สอง แต่ทั้งการใช้งานจริงและระดับความเข้าใจ มันล้วนอ่อนด้อยกว่าศิษย์พี่อยู่หลายขุมทันใดนั้นบางสิ่งที่ไม่คาดฝันพลันอุบัติขึ้น!ศิษย์พี่กัวหลูสีหน้าแปรเปลี่ยนไป มันกระอักโลหิตคำหนึ่ง พ่นออกมาเป็นฟูฝอยแล้วล้มฟาดลงบนพื้น เหล่าศิษย์พี่น้องที่กำลังชมดู ล้วนหน้าซีดเผือด พากันโถมเข้าไปยังตำแหน่งที่มันล้มลงพวกมันเห็นเพียงศิษย์พี่กัวหลูหน้าเผือดขาวราวกระดาษ สิ้นสติ และเกือบจะไม่มีลมหายใจศิษย์พี่บางคนที่มีสัมพันธ์อันดีกับศิษย์พี่กัวหลู รีบช้อนร่างมันขึ้น และพาวิ่งกลับไปที่สำนัก เหล่าเฮยยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม จากนั้นมันเริ่มร่ำไห้ น้ำเสียงสะอื้นสร้อยเศร้าเสียจนผู้คนแทบจะร่ำไห้ตามมันฝูงชนค่อย ๆ แยกย้ายจากไป ใบหน้าของแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยความวิตกกังวลจั่วม่อค่อยขยับเท้า เดินเข้าหาทุ่งนาปราณ พอเข้าใกล้ต้นข้าวปราณ ก็ค่อย ๆตรวจสอบใกล้ชิด มันไม่กล้าสัมผัสด้วยมือ เหตุการณ์เมื่อสักครู่เขย่าขวัญมันอย่างแท้จริงจนยามนี้มันหวาดกลัวข้าวปราณเหล่านี้ยิ่งมีกลิ่นคาวลอยเข้าจมูกมัน จั่วม่ออดขมวดคิ้วไม่ได้ ในสองปีที่มันเพาะปลูกข้าวปราณ มันไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้มาก่อน ในใจมันต้องการค้นหา ว่าที่แท้มี