ด้วยความเร็วอันน่าตระหนกหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าวันคืนที่พวกนางไม่สามารถจัดหาหญ้าปราณได้อีก ใกล้จะมาถึงในไม่ช้านี้แล้ว“ศิษย์พี่หญิง เจ้าผีดิบจอมละโมบมาอีกแล้ว!” ศิษย์สตรีนางหนึ่งกล่าว เต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์“มันยังมีหน้ามา?”“เจ้าคล้ายลืมเลือนไป มันหามีใบหน้าแต่แรกไม่”“นั่นก็ใช่แล้ว!”เสี่ยวกั่วทำปากยื่น นางย่นใบหน้ารูปผลผิงกว่ออันน่ารัก ขณะที่จ้องมองเหล่าพี่สาวอย่างไม่พอใจหลี่อิงฟั่งตาสว่างวาบ นางเกือบจะรีบวิ่งออกไปรับหน้า ประสบการณ์ของนางเหนือล้ำกว่าบรรดาศิษย์น้องมาก หากจั่วม่อไม่มีข่าวคราวอันใด นั่นเป็นเรื่องปกติ แต่มันเมื่อกลับมายังดอยตะวันออกอีกครั้ง ทำให้หลี่อิงฟั่งอดนึกถึงวาจาที่มันกล่าวไว้ก่อนจากไปมิได้หรือว่า… …เมื่อหลี่อิงฟั่งเห็นสภาพของจั่วม่อ นางก็ตะลึงลานผมของมันกระเซอะกระเซิง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือด เบ้าตาโหลลึก มีกลิ่นแปลก ๆ ลอยออกมาจากร่างมัน มันดูไม่ผิดอันใดกับขอทานนอกเหนือจากหลี่อิงฟั่งกับเสี่ยวกั่ว ศิษย์สตรีอื่น ๆ ล้วนยืนอยู่ห่างไกล สีหน้าเต็มไปด้วยความเดียดฉันท์“ข้าพบวิธีแก้ไขแล้ว” จั่วม่อบอกง่าย ๆ แต่ทำให้หลี่อิงฟั่งกับเสี่ยวกั่ว บังเกิดความปิติยินดีขึ้นมาทันทีโดยไม่คำนึงถึงดวงตารังเกียจเหยียดหยาม กับการจ้องมองอย่างสงสัยของบรรดาศิษย์สตรี จั่วม่อมุ่งตรงไปยังทุ่งปราณในบัดดลมันไม่ยอมสิ้นเปลืองวาจาไร้สาระ เพียงยื่นเหยียดสองมืออันดูคล้าย