ล็ดสารพันพฤกษ์] มีอำนาจเหนือล้ำกว่า [เคล็ดเมฆฝนหล่นริน] เพราะมันสามารถสกัดแก่นสารจากพืชชนิดอื่น และนำมาหล่อเลี้ยงบำรุงการเจริญงอกงามให้ข้าวปราณ หรืออาจกล่าวได้ว่าหลักการสำคัญของ [เคล็ดสารพันพฤกษ์]คือการปล้นสะดม ช่วงชิงแก่นสารของวัชพืชอื่น เพื่อบำรุงตัวเองจั่วม่อทราบว่าต้องระมัดระวังยิ่ง หากใช้ [เคล็ดสารพันพฤกษ์] แม้ว่าเทือกเขาสุญตาจะปกคลุมไปด้วยปั่าไม้ แต่หากมันไม่ระวัง เกรงว่ากระทั่งต้นไม้เก่าแก่ทั้งหลาย คงไม่อาจมีต้นใดเหลือรอดจั่วม่อจะตื่นตัวและรอบคอบทุกครั้ง ยามฝึกฝนเคล็ดสารพันพฤกษ์ มันหวั่นเกรงว่าจะเผลอทำลายต้นไม้โบราณบนภูเขา ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ต้นไม้โบราณจะเติบโตและอยู่รอดมาได้ พวกมันยืนหยัดมานานนับพันปี กว่าจะใหญ่โตโอฬารดังเช่นปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่มีกฎชัดเจนในสำนัก แต่หากมันทำให้ต้นไม้โบราณทั้งหมดเหี่ยวแห้งตาย แน่นอนว่าสิ่งที่รอมันอยู่ ย่อมไม่มีทางเป็นเรื่องดีงามอันใดแสงตะวันสาดทอทั่วผืนปั่า ส่องลอดลงมาตามช่องว่างของกิ่งใบ ก่อเกิดเป็นแสงเงากระจัดกระจายน่าพิศวง สภาพภูมิอากาศของเทือกเขาสุญตางดงามมาแต่เดิม ทั้งแห้งเย็นและน่ารื่นรมย์ สายลมหนาวที่พัดผ่านราวปั่า ไม่มีร่องรอยของความชื้นปะปนบรรยากาศรอบด้านเงียบสงัด ที่นี่ค่อนข้างห่างไกล นอกจากจั่วม่อแล้ว แทบไม่มีผู้ใดมาเยือนจั่วม่อสงบจิตใจ เริ่มโคจรพลังปราณ สองมือเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว แต่คล้ายยังขัดเขินอยู่บ้าง นี่ย่อมเป็น