(เหยีย – ปูั่, ท่านปูั่ผู้นี้, เป็นคำที่มักใช้เรียกแทนตัวเอง เพื่อกวนโทสะฝั่ายตรงข้าม)ครั้นถอยออกจากฌาน พลังกายพลังใจของจั่วม่อล้วนฟืนคืนอย่างสมบูรณ์ ร่างของมันรู้สึกเบาขึ้น ทั้งสุขสบายอย่างยิ่งเดินออกมาจากห้องสันโดษ มันคว้าอินกุย พลางกระโดดขึ้นบนหลังคาจั่วม่อเหยียดมือออก จิตเคลื่อนตามหลักเคล็ดวิชา แสงสีทองจาง ๆ ของปราณทองคำคร่ำคร่าปรากฏขึ้นในพริบตา โดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม จั่วม่อสุขสำราญบานใจยิ่ง มันนับว่าไม่ได้เสี่ยงชีวิตฟันฝั่าอุปสรรคโดยสูญเปล่า เนื่องจากความสามารถในการควบคุมปราณทองคำคร่ำคร่า รุดหน้าไปอย่างเห็นได้ชัดพลังปราณทองคำคร่ำคร่ารอบดัชนีของมัน พลันบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดชะงัก กลับกลายเป็นเม็ดทรายทองอันเปล่งประกายดุจดวงดาวจุดหนึ่ง ดูน่าหลงใหลภายใต้ท้องฟั้ายามราตรีความคิดหนึ่งวาบขึ้นมาดุจสายฟั้า เคล็ดปราณทองคำคร่ำคร่าที่แท้เป็นเวทวิชาที่ใช้โจมตีหรือไม่?การต่อสู้เล็ก ๆ แต่ดุเดือดรุนแรงอย่างน่าประหลาดหนนี้ จุดประกายให้มันเริ่มมีความคิดเช่นนี้ด้วยความรู้ความเข้าใจเรื่องเกษตรกรปราณของมัน โดยทั่วไปเกษตรกรปราณไม่ใช่สายอาชีพที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ จั่วม่อไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่ามีเกษตรกรปราณที่มีฝีมือในการสู้รบด้วย นอกจากนี้ มันยังไม่ใช่คนเดียวในสำนักที่ฝึกเคล็ดปราณทองครำคร่ำคร่าต่างคนต่างมีพรสรรค์ที่แตกต่างกันไป หากจั่วม่อสามารถฝึกฝนจนบรรลุขั้นที่สามของเคล็ดเมฆฝนหล่นรินได