“ศิษย์พี่ เชิญเข้า” เฟั่ยหวินทักทายอย่างกระตือรือร้น มันสวมอาภรณ์สีเหลืองสว่างอันเป็นเอกลักษณ์ของเหล่าศิษย์หอสรรพสิ่ง ชายเสื้อด้านหน้าถูกพับเหน็บไว้ที่เอวจั่วม่อน้ำเสียงเป็นกันเอง “วันนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าเองหรือ?”“ศิษย์พี่โปรดเมตตาข้าด้วยก็แล้วกัน” เฟั่ยหวินหัวเราะเบา ๆ มันย่อมตระหนักดีแก่ใจ ว่าบุรุษหน้าผีดิบผู้นี้ มีกำลังซื้อมากที่สุดในบรรดาศิษย์ฝั่ายนอก ยอดขายส่วนใหญ่ของมันมาจากคนผู้นี้เองสำนักกระบี่สุญตาห่างไกลจากตงฝูไม่น้อย การเดินทางไปกลับสักรอบยากลำบากเอาการ หอสรรพสิ่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อหาสิ่งของ ให้แก่ผู้คนในสำนักเอง หอสรรพสิ่งมิใช่ว่ามีสินค้าคุณภาพสูงสักเท่าใด แต่สำหรับศิษย์ฝั่ายนอกแล้ว นี่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกมันได้มากเกินพอ แม้ว่าราคาอาจจะสูงกว่าตงฝูอยู่สักเล็กน้อยก็ตาม แต่มันสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งทุกผู้คนล้วนเคยชินกับการหาซื้อสิ่งของจากหอสรรพสิ่งแม้กระทั่งกับจั่วม่อ ผู้เป็นเจ้าของพาหนะบิน ยังรู้สึกลำบากลำบนไม่น้อยในการเดินทางไปยังตงฝูพวกมันทั้งคู่ล้วนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ดังนั้นจั่วม่อก็ไม่เกรงอกเกรงใจ “เร็ว ๆ นี้มีสินค้าใดน่าสนใจบ้าง?”“มียุทธภัณฑ์เวทคุณภาพระดับหนึ่งอยู่บ้าง แต่เกรงว่าคงไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์พี่ต้องการ”เฟั่ยหวินตอบยิ้ม ๆ เมื่อเป็นคนคุ้นเคยกันเอง มันย่อมมีประสบการณ์กับความสุขุมรอบคอบของจั่วม่ออย่างลึกซึ้ง จั่วม่อไม่ค่อยซื้อสิ