้ยหมู่ใดต้านติด หลงเหลือเพียงกองฝุั่นผงของซากศพทิ้งไว้เบื้องหลัง กล่าวไปก็น่าประหลาดใจไม่น้อย พลังปราณทองคำคร่ำคร่าที่สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับฝูงเพลี้ย กลับอ่อนโยนนุ่มนวล ไม่เป็นพิษเป็นภัยใดต่อต้นข้าวปราณแม้แต่น้อยเมื่อเพลี้ยตัวสุดท้ายถูกฆ่าตาย จั่วม่อในที่สุดหลุดออกจากสภาวะสังหารอันล่อแหลมอันตราย คนคล้ายเพิ่งขึ้นจากน้ำ เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาดุจสัตว์ร้ายจ้องเขม็ง เต็มไปด้วยความหฤโหดหลังจากนั้นสักครู่ แววชั่วร้ายในดวงตาของมันค่อยจางหายไป มันไม่อาจยืนหยัดต่อได้แต่ทรุดตัวนั่งลงจนถึงชั่วขณะนี้ มันค่อยรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา“ไม่ต้องแปลกใจเลย ว่าเหตุใดเกษตรกรปราณจึงมีจำนวนน้อยนิดนัก หากพวกมันไม่ระมัดระวัง พวกมันล้วนตกตายได้ง่ายดายยิ่ง!” ขณะที่หอบหายใจ จั่วม่อตบหน้าอกไปพลาง ก่อนหน้านี้หลงคิดว่าการทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ปลอดภัย ไหนเลยจะคาดว่าที่แท้อันตรายถึงเพียงนี้!จั่วม่อร่างกายไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย มันได้แต่นั่งพักอยู่ในทุ่งนาปราณร่วมครึ่งชั่วยาม ก่อนจะดิ้นรนลุกขึ้น พยายามพาตัวเองกลับไปยังห้องสันโดษมันต้องการจะฟืนฟูพลังปราณ พลังปราณในร่างล้วนถูกรีดเค้นออกไปจนหมดสิ้นไม่หลงเหลือแม้แต่หยาดหยดเดียวมิทราบว่าเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อยเกินไปหรือไม่ แต่มันเข้าสู่สภาวะฌานอย่างรวดเร็วยิ่ง