ภายใต้แสงไฟลอยละล่อง ทุกหนแห่งดูเลือนรางดุจดั่งภาพฝัน ตงฝูในม่านรัตติกาลยังเฉิดฉายมิต่างอันใดกับยามทิวาวารโคมไฟสองข้างถนนสว่างไสว สดใสและอ่อนละมุน ได้ยินเสียงเห่า ระคนเสียงกรีดแหลมของสัตว์ปราณดังแว่วลงมาจากฟากฟั้า แสงสีจากเหล่ายุทธภัณฑ์เวท กระพริบพราวพรายยิ่งกว่าฝนดาวตก อากาศเย็นเยือกของยามค่ำ มิได้ทำให้ฝูงชนลดน้อยลง แต่กลับส่งผลให้ยิ่งพลุกพล่าน พ่อค้าเต็มไปด้วยพลังงานล้นปรี่ ลูกจ้างของแต่ละร้านสวมใส่อาภรณ์ประจำร้าน ยืนเฝั้าอยู่สองข้างประตูทั้งซ้ายขวา ผู้หนึ่งถือกระดิ่งทองแดง อีกผู้หนึ่งถือกระจกปากว้าสีเงิน(กระจกปา-กว้า : กระจกแปดเหลี่ยม)ลูกจ้างสั่นกระดิ่งทองแดง เสียงใสกระจ่างดังกังวานไปทั่ว ดุจแฝงไว้ด้วยมนตรา“ร้านข้าขายยุทธภัณฑ์เวท สินค้าชั้นเลิศ ราคาย่อมเยา ไม่ว่าท่านจะเพิ่งเริ่มบำเพ็ญเพียรในด่านเลี่ยนชี่ หรือท่านจะเป็นจินตันมากพลังฝีมือ ร้านนี้สามารถตอบสนองทุกสิ่งที่ท่านต้องการ”บนกระดิ่งทองแดงสลักอาคมที่ทำให้เสียงก้องกังวาน ฟังชัดเจน ระดับเสียงพอเหมาะพอควร ทั้งนุ่มนวลอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองโสตประสาท ดังนั้นแม้ว่าจะได้ฟังซ้ำเป็นเวลานาน ผู้ฟังก็จะไม่รู้สึกเสียอารมณ์แต่อย่างใดลูกจ้างที่ถือกระจกปากว้าก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มันเรียกใช้อาคมของกระจกออกมาในเวลาเดียวกัน กระจกปากว้าส่องประกายขึ้นเหนือศีรษะ ภาพลวงตาสามมิติเริ่มฉายแสง มายาภาพเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างสมจริง เมื่อเสียงกระดิ