วนในร้อยส่วนอีกด้วย”และนี่คือนครไร้ราตรี เมืองหลักตงฝู!สำหรับเมืองหลักที่เจริญรุ่งเรืองแห่งนี้ จั่วม่อมิใช่คนแปลกหน้า แต่ก็มีบางส่วนไม่ค่อยคุ้นเคย มันไม่ได้มาเยือนบ่อยนัก หากไม่มีนกกระเรียนกระดาษบินได้ การเดินทางมายังตงฝูหาใช่เรื่องง่ายไม่ที่จริงปลายถนนที่งดงามที่สุดนี้ สมควรมีทางแยก จั่วม่อจ้องมองอย่างงุนงง … มันหลงทางบัดซบ! หลงทางอีกแล้ว!มันตบหัวตัวเองอย่างหงุดหงิดจั่วม่อเดินไปยังต้นไทรอย่างจนแต้ม มันเงยหน้าขึ้น บนกิ่งไทรเห็นนกน้อยสีแดงเกาะอยู่เต็มพรืด นกน้อยเหล่านั้น ทั้งร่างเป็นสีแดงสด หางยาวสีแดงเข้ม เวลาพวกมันบิน คล้ายมีไฟลุกไหม้ทอดยาวตามหลังไป ดังนั้นพวกมันจึงถูกเรียกว่านกเปลวเพลิงพวกมันเฉลียวฉลาด ทั้งยังเข้าใจภาษามนุษย์ หลายเมืองมักใช้พวกมันแทนปั้ายบอกทาง อีกทั้งมันยังสามารถนำทาง อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การรับใช้ที่ไม่เสียเงินทองดุจคมมีดกรีดลงกลางใจจั่วม่อ ขณะที่กลั้นใจโยนจิงสือระดับหนึ่งออกไปหนึ่งชิ้น นกเปลวเพลิงตัวหนึ่งกางปีกพรึบ ถลาลงจากต้นไม้ พอดีงับจิงสือชิ้นนั้น กลืนลงท้องทันที“ตลาดเสรี” จั่วม่อตะโกนบอกเจ้านกเปลวเพลิงบินวนเป็นวงบนหัวมันสองสามรอบ แล้วเริ่มออกบินจั่วม่อรีบตามมันไป นกน้อยไม่ได้บินเร็วนัก ขนหางยาวแต้มประกายแดงเรืองรองให้กับท้องฟั้ายามราตรีแสงสีแดงกระจายพร่างกลางเวหา และจางหายไปทันตา ในขณะที่เดินผ่านถนนที่มีโคมไฟสว่างไสว ฟังเสียงร้องเรียกเร่ขาย และมองภาพมายา