ปราณที่ไม่ได้ใช้เพาะปลูกกลับมีอยู่ทุกหนแห่ง ด้วยทุ่งปราณที่เพียงพอ มันสามารถปลูกข้าวปราณมากขึ้น และได้รับจิงสือมากขึ้นคิดไปคิดมา สมองของจั่วม่อพลันตื่นตัว ความง่วงเหงาหายวับไปหมดมันลุกขึ้นนั่ง แล้วเหยียดแขน ใช้ฝั่ามือสัมผัสใบหน้า กล้ามเนื้อบนใบหน้าของมันแข็งทื่อ ทั้งหยาบกระด้างประดุจท่อนไม้ นี่เป็นเหตุผลที่มันไม่สามารถแสดงอารมณ์ใด ๆมันย่อมไม่สนใจเรื่องความงามหรืออัปลักษณ์ แต่มันใส่ใจเรื่องอื่นแสงดาวอ่อนจางทอดลงที่กลางลาน สะท้อนแสงสีเงินระยับ ประหนึ่งสายหมอกหนาวเหน็บของราตรีกาลที่เริ่มหนักหนาขึ้น ความโศกเศร้าก็ยิ่งเข้มข้นในดวงตา บนใบหน้าอันปราศจากความรู้สึกของจั่วม่อเมื่อสองปีก่อน ยามนั้นเจ้าสำนักกระบี่สุญตากำลังเดินทางกลับสู่สำนัก ท่านพบจั่วม่อผู้สลบไสลไม่ได้สติ และนำมันกลับมายังสำนักด้วย เมื่อจั่วม่อฟืนขึ้นมา มันพบว่าความทรงจำของตัวเองว่างเปล่า แม้ว่าตลอดสองปีต่อมา เพียรพยายามทำทุกวิถีทาง แต่ไม่เคยจำสิ่งใดก่อนหน้าสองปีนั้นได้ต่อมาจั่วม่อพบความผิดปกติบนใบหน้าของตัวเอง ใบหน้ามันแข็งทื่อเหมือนหิน ไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้ เจ้าสำนักกล่าวว่านี่อาจเป็นโรคประหลาดที่พบเห็นได้ยาก และเนื่องจากใบหน้านี้เอง ในตอนแรกเริ่มมันไม่ได้รับการยอมรับจากศิษย์ร่วมสำนัก ต้องประสบความคับข้องใจไม่น้อยแต่มันไม่ได้เกลียดชังใบหน้านี้แต่อย่างใด ใบหน้านี้เป็นหนึ่งในสองเบาะแส ที่เชื่อมโยงกับอดีตอันรางเลือนของมัน อ