ายเว่ยค่อยแสดงผลลัพธ์ออกมา อาเหวินแม้สมองขาวว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง แต่ร่างกายกลับตอบโต้ไปตามสัญชาตญาณ
ขนนกเหล็กบนชุดเกราะของมันสั่นสะเทือนอย่างพร้อมเพรียง พลัง ปิศาจถูกเร่งเร้าไปถึงขอบเขตสูงสุดในชั่วพริบตา หอกมารในมือดีดขึ้น สะอึกกายไปข้างหน้าหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แล้วพลันกลับกลายเป็น ท่าเตรียมแทงในรวดเดียวด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ไม่มีความคิดอื่นใด มันสูดลมหายใจลึก ตวาดกึกก้อง “ฆ่า!”
ปราณหอกสีดำเข้มข้นพุ่งวาบออกจากหอกมาร คล้ายแทงออกจาก ความว่างเปล่า แล่นเข้าปะทะกับกระบี่ไม่อาตรงหน้าอย่างหักโหม!
ภายใต้กองเศษหินน้อยใหญ่ ลูกศรแสงสีม่วงดอกหนึ่งพุ่งวาบออกมาอย่างฉับพลัน กรีดวาดเป็นริ้วลำแสงตรงแน่ว ยิงเข้าใส่หลินเชียนด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ เป็นศาสตร์เกาทัณฑ์สวรรค์แดนใต้ ของหนานเยว่!
พร้อมกันนั้น กลุ่มหมอกสีเขียวอมเทาซึ่งกระเพื่อมไหวอย่างแปลกประหลาดแผ่กระจายไปทั่วบริเวณเท้าของหลินเชียนในชั่วพริบตา เป็นศาสตร์รอยแผลสีเทาของคังเจ๋อ!
ทั้งลูกศรสีม่วงและหมอกสีเขียวเทาล้วนลี้ลับเลือนราง ยากจะ มองเห็นด้วยตาเปล่า นี่เป็นผลจากศาสตร์ประกายพฤกษาวารีของหญิงเจวี๋ยจื่อ!
พื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของหลินเชียนทรุดตัวลงอย่างกะทันหัน พื้นที่แปลกประหลาดผุดขึ้นล้อมรอบมันในบัดดล ราวกับถูกเส้นเชือกล่องหนล่ามเอาไว้!
“ฮ่าฮ่า! บุรุษที่สามารถคล้องม้าป่า จึงนับเป็นบุรุษชาติอาชาไนยอัน กร้าวแกร่ง!” เสียงอสูรผมสมห