อีกเยอะเลย”
“…ผมทำไม่ได้ครับ”
อินซอบวางบทลงบนหน้าตักของตัวเองพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ อีอูยอนอารมณ์ดีขึ้นทุกครั้งที่อินซอบทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาถูกใจกับสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ในไม่ช้านั้นเหลือเกิน
หากจะให้ตั้งใจบอกถึงสิ่งที่ชอบและไม่ชอบแล้วล่ะก็ เขาชอบหน้าตาเหยเกนั่นมากกว่าใบหน้าตอนยิ้มของอีกฝ่ายเสียอีก พวกสีหน้าที่ทำให้รู้สึกถึงความรู้สึกเศร้า เจ็บปวด และทุกข์ทรมานดึงดูดใจของเขา
เขาบังเอิญได้ยินคุณหมอที่ดูแลเขาอธิบายกับพ่อแม่ว่าการมีบุคลิกต่อต้านสังคมและมีความสุขจากความเจ็บปวดของผู้อื่นเป็นเคสที่พบได้โดยทั่วไป แน่นอนว่าหมอสั่งให้พ่อแม่คอยเอาใจใส่และจับตาดูเขาเอาไว้ เพราะหมอยังไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ในอายุที่ยังน้อยแบบนี้
แม่ที่เติบโตมาโดยไม่มีความอิจฉาอะไรเลยจะมาร้องไห้พร้อมกับสวดมนต์ใกล้ๆ เตียงของลูกชายที่นอนหลับทุกคืน เธอขอให้อาการป่วยของลูกชายดีขึ้น
ทุกครั้งที่แม่เห็นว่าลูกชายมีบุคลิกแตกต่างไปจากคนอื่น เธอจะจับมือเขาและสอนให้เขารู้ถึงสองสามรอบ แม่มักจะพูดกับเขาเหมือนกับให้สัญญาว่า ‘ลูกไม่ใช่คนไม่ดีนะ ลูกแค่มีอาการป่วยทางจิตใจเลยเป็นแบบนั้น’ ‘อาการป่วยทางจิตใจก็เกิดขึ้นได้เหมือ