วันต่อมาหลังจากที่พวกเขารู้นิสัยที่เน่าเฟะของอีอูยอน กรรมการผู้จัดการคิมฮักซึงก็เรียกหัวหน้าทีมชาให้มาหา และฝากฝังอีอูยอนให้เขาดูแล ตอนนั้นหัวหน้าทีมชาพยักหน้ารับอย่างมีมารยาท เพราะเขาคิดว่าถ้านิสัยที่แท้จริงของเจ้านั่นถูกเปิดเผยขึ้นมาต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ แต่ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเดือนดีคนที่เกิดเรื่องใหญ่กลับเป็นหัวหน้าทีมชาเสียเอง อีอูยอนไม่จำเป็นต้องเสแสร้งต่อหน้าหัวหน้าทีมชาจึงแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวของตนออกมา และในที่สุดหัวหน้าทีมชาก็สำลักเป็นเลือดและล้มลงไปกอง หลังจากวันนั้นหัวหน้าทีมชาก็ประกาศว่าเขาจะไม่ทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวของอีอูยอนอีกแล้ว
“ถ้าให้ผมเป็นผู้จัดการส่วนตัวของอีอูยอนอีกรอบ ผมก็ไม่ใช่คนแล้วครับ ถ้าหากทำถึงขนาดนั้น วันที่ผมคงตัดสินใจลาออกจากวงการนี้ แล้วเรียกนักข่าวของหนังสือพิมพ์กีฬามาฟังแถลงข่าวต้องมาถึงแน่ๆ เพราะฉะนั้นคุณเอาไปทำเองเถอะครับ”
“ไม่ทำ บอกว่าไม่ทำไงล่ะ”
กรรมการผู้จัดการคิมมองกระจกและจัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองก่อนจะเขาบ่นพึมพำ
“จิ๊ คนที่น่าจะรับนิสัยที่แท้จริงของอีอูยอนได้ทั้งหมดมันไม่มีอยู่บนโลกหรือไงกันนะ โธ่เว้ย”
หัวหน้าทีมชาวางเอกสารที่ถืออยู่ลงบ