ทางเฉยเมยของแทฮาจินอยู่อีกสักพักแล้วจึงเดินออกไป จังหวะที่กำลังจะพาดิออนออกไปข้างนอก เธอก็นึกขึ้นได้ว่าลืมบอกอะไรแทฮาจินไปอย่างหนึ่ง
“อ้อ จริงสิ ท่านพี่ฝากมาถามว่าทำไมเมินการติดต่อของเขา อย่าลืมไปหาก่อนที่เขาจะบุกมาด้วยตัวเองนะคะ”
ฮาจินจงใจขมวดคิ้วแล้วพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ เมื่อทั้งสองคนออกไปแล้ว บรรยากาศรอบข้างจึงกลับมาเงียบอีกครั้ง
อียอนอียังคงนอนกรนเสียงดัง ฟี้ ๆ อยู่ในท่าเดิมไม่เปลี่ยน เขาลองจับหน้าผากเพื่อตรวจดูอาการ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีไข้อะไร เรื่องที่ผู้ชายตรงหน้าเป็นถึงระดับ S+ ทำให้เขารู้สึกบางอย่างแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทั้งไกด์ดิงแบบนั้น แถมยังเซอร์โวดิงแบบนั้นแล้ว ไข้ก็ยังไม่ขึ้นสักนิดเลยเหรอเนี่ย
ถ้าหากองค์หญิงเอเลนาทำการไกด์ดิงแบบเดียวกันนี้ เธอคงจะยอมแพ้กลางทางแล้วเอาแต่นอนพักอย่างเดียวเป็นอาทิตย์ไปแล้ว เพราะยังไงเธอก็ยกความปลอดภัยของตัวเองมาเป็นที่หนึ่งอยู่ดี
ฮาจินจับจ้องอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีแดงก่ำกวาดมองห้องทำงานของตัวเองที่พังหายไปครึ่งห้องอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ตั้งแต่ตอนที่ระดับมลพิษสูงเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ สติของเขาก็แทบจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เขาอยาก