กู่หยวนค่อนข้างอิจฉาศิษย์จากตระกูลที่มั่งคั่งและทรงอิทธิพลเหล่านั้นอยู่บ้าง เมื่อพวกเขาเริ่มฝึกฝนวรยุทธ์ ก็มีอาหารยาบำรุงในทุกมื้อ กระทั่งมียาเซียนคอยช่วยเหลือในการบำเพ็ญเพียร แค่ความได้เปรียบนี้เพียงอย่างเดียวก็ยิ่งใหญ่กว่าจอมยุทธ์สามัญชนเช่นเขามากนัก
จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาจอมยุทธ์ในยุทธภพส่วนใหญ่จะมาจากตระกูลเลื่องชื่อ
จริงดังว่า ไม่ต้องพูดถึงความได้เปรียบด้านวิชาวรยุทธ์และการชี้แนะจากอาจารย์ แค่ในด้านอาหารการกิน จอมยุทธ์สามัญชนเช่นเขาอาจจะยังกินไม่อิ่มท้องด้วยซ้ำ แล้วจะพูดถึงการพัฒนาการบำเพ็ญเพียรของตนได้อย่างไร?
จะให้บำเพ็ญเพียรทั้งที่ท้องว่างได้อย่างนั้นหรือ?
หากอาหารการกินไม่เพียงพอ พลังปราณและโลหิตของเขาก็มีแต่จะถูกบั่นทอน การฝืนบำเพ็ญเพียรต่อไปก็เท่ากับรนหาที่ตาย!
“โชคดีที่ถึงข้าจะเป็นจอมยุทธ์สามัญชน แต่ข้าก็มีตัวช่วยที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน”
กู่หยวนหยุดเดิน หยิบสมุนไพรหวงจิงอายุนับสิบปีออกมาจากห่อผ้า ล้างให้สะอาด แล้วเริ่มแทะกิน
ของสิ่งนี้รสชาติไม่ดีเป็นพิเศษ แต่ผลลัพธ์นั้นค่อนข้างดีทีเดียว
เมื่อความร้อนสายหนึ่งปรากฏขึ้นในร่างกาย เขาก็ชักกระบี่ยาวออกมาและเริ่มฝึกฝน “วิชากระบี่วิญญาณอสรพิษ” อีกครั้ง
เขาฝึกฝนต่อเนื่องไปจนดึกดื่น และหลังจากเหนื่อยล้าจนหมดแรง เขาก็นอนลงบนเตี