มองเราอยู่มานานแล้ว”
“มานานแล้ว? ใคร…?”เบลินดาและกิลเลียนยังไม่ทันถามจบ กิสเลนก็พูดต่อ
“นี่เป็นเรื่องที่ทั้งท่านลอร์ดและข้าราชบริพารไม่รู้ มีเพียงข้ากับเอเลน่าเท่านั้นที่รู้ มีใครบางคนกำลังเล็งเป้าหมายมาที่ดินแดนของเรา”
กิสเลนเริ่มเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับการลอบสังหารเอเลน่า การค้นพบศพของเจ้าชายดิกัลด์ และการที่เขาเก็บกวาดศพของแฟรงค์และเจ้าชายดิกัลด์เพื่อป้องกันไม่ให้สงครามปะทุขึ้น
เมื่อฟังจบ สีหน้าของเบลินดาและกิลเลียนก็เปลี่ยนไป เคร่งเครียดและหนักอึ้ง
พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมกิสเลนถึงต้องเร่งรีบและระวังตัวขนาดนี้
หลังจากประมวลผลข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง กิลเลียนก็เอ่ยขึ้น“แต่นายน้อย ข้าขออภัยที่ถามตรงๆ แต่ทำไมใครถึงอยากได้ดินแดนนี้ไปครองกัน? มันไม่มีคุณค่าอะไรเลย การยึดครองที่นี่หมายถึงต้องสู้รบกับพวกเถื่อนอยู่ตลอด มันเหมือนภาระมากกว่าทรัพย์สินเสียอีก”
“มันเคยเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้ล่ะ?”
“ตอนนี้เรามีรูนสโตน…”กิลเลียนชะงักเมื่อความจริงเริ่มกระจ่างในหัว
ด้วยกองกำลังที่อ่อนแอ ดินแดนที่ยากจน และประชาชนที่เหนื่อยล้าจากสงครามไม่รู้จบ เพอร์เดียมเคยเป็นเพียงดินแดนไร้ค่า แต่การค้นพบรูนสโตนได้เปลี่ยนสถานการณ์ทุกอย่าง
ใครก็ตามที่ต้องการทรัพยากรล้ำค่าชิ้นนี้ย่อมต้องการยึดครองดินแดนนี้
เบลินดากลืนน้ำลายอย่างประหม่าและตอบแทนกิลเลียน“ส-สงคราม?”
เธอส่ายหัวทันทีหลังพูดออกไป เหมือนพยายามลบความคิดนั้นออ