เขาไม่มีวันลืมภาพของเอเลน่าที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมและศพที่ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
“และข้าไม่เคยลืมคนอื่นๆ ด้วย”
เขาจำได้เสมอถึงวันที่เขากลับมาที่อาณาเขตแล้วพบศพไร้ศีรษะของพ่อและขุนนางที่แขวนไว้หน้าประตู
“ข้าเป็นคนขี้ขลาดและน่ารังเกียจ”
เขาจำได้ดีถึงตอนที่เขาวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
รอยยิ้มบนใบหน้าของกิสเลนหายไปทันที บรรยากาศรอบตัวเขากลายเป็นเย็นชา
“โอกาสที่จะแก้ไขทุกอย่างได้กลับมาหาข้าแล้ว…”
เขาจะไม่เป็นขุนนางผู้ไร้ค่าและน่าละอายอย่างชีวิตที่ผ่านมาอีกต่อไป
“ข้าจะป้องกันไม่ให้อาณาเขตเพอร์เดียมล่มสลาย”
กิสเลนรีบหยิบปากกาและกระดาษมาจดสิ่งที่เขาจำได้เกี่ยวกับอนาคตลงไป แม้ว่าเขาจะจำวันที่แน่นอนไม่ได้ทั้งหมด แต่เขาก็พอจะมีความเข้าใจโดยคร่าวๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นบนทวีป ซึ่งจะช่วยให้เขาวางแผนก้าวต่อไปได้
“ก่อนอื่น ข้าต้องปกป้องเอเลน่า…”
ในอีกหนึ่งสัปดาห์ งานเทศกาลจะเริ่มขึ้น เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่ออธิษฐานให้กับความอุดมสมบูรณ์และการเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยว แม้ในดินแดนทางตอนเหนืออันโหดร้ายที่ต้องเผชิญหน้ากับสงครามกับคนป่าตลอดเวลา ผู้คนก็ยังคงจัดเทศกาลขึ้นเพื่อหวังว่าช่วงเวลาที่ดีกว่าจะมาถึง
“ลองคิดย้อนกลับไป… ตอนนั้น…”
ในเวลานั้น กิสเลนรู้สึกเบื่อหน่ายกับการถูกดูถูกและนินทาจนถึงขีดสุด เขาจึงตัดสินใจออกจากปราสาทและทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลัง