ทว่าซือหม่าเหยียนก็ไม่ใช่คนเคร่งครัดเจ้าระเบียบอะไรนัก เขาไม่ได้ถือสาความไร้มารยาทของกู้หย่วน กลับเข้าใจดีว่านี่คือการแสดงออกถึงความไว้วางใจที่กู้หย่วนมีต่อตน จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า
“เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?”
“เรื่องราวจะเป็นอย่างไร จะปิดบังสายตาอันแหลมคมของท่านลุงได้อย่างไรเล่าขอรับ?”
กู้หย่วนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟัง
เมื่อเล่ามาถึงตอนที่นักพรตชิงมู่จิตวิญญาณแตกซ่านดับสูญ ไม่หลงเหลือร่องรอยใดๆ เอาไว้เลย ซือหม่าเหยียนก็พยักหน้าเบาๆ โดยไม่พูดอะไร
ทว่าสายตาที่มองกู้หย่วน กลับเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
กู้หย่วนผู้นี้ เขาชื่นชมในตัวเด็กคนนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ต่อมาเมื่อได้รู้ถึงพรสวรรค์ด้านวิถีโอสถของกู้หย่วน เขาก็ยิ่งเกิดความคิดอยากจะรับอีกฝ่ายมาเป็นศิษย์มากยิ่งขึ้นไปอีก