ห้ตัวเองสงบลงโดยเร็วเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาทางห้องขังของเขา
“ผู้คุมเรือนจำ!” จีหรานเดาว่าเสียงฝีเท้าน่าจะเป็นของใคร
เขาให้ความสนใจกับเสียงฝีเท้าที่เดินจากซ้ายมาขวาด้วยความเร็วปานกลาง
หลังจากประมาณสองนาที ในที่สุดเสียงพวกนั้นก็เบาลงและในที่สุดก็เงียบหายไป
ห้านาทีผ่านไป เสียงฝีเท้าก็กลับมาจากทางด้านซ้าย ตอนที่เสียงมาถึงห้องขังของจีหราน เสียงก็หยุดลง
หน้าต่างเล็ก ๆ ที่บนประตูถูกเปิดออกครึ่ง ๆ และใบหน้าครึ่งหนึ่งของผุ้คุมก็มองเห็นได้ผ่านช่องเล็ก ๆ นั่น
ต้องขอบคุณคบไฟในมือของผู้คุม จีหรานมองเห็นใบหน้าน่าอันหยาบช้าและเหี้ยมโหด และยังแววดูถูกในดวงตาของเขา
“พวกแกกล้าขโมยของในห้องสมบัติของแกรนด์ดยุกมอร์โก้? พวกแกอยากตายหรือไง? สบายใจได้ ฉันจะดูแลพวกแกเป็นอย่างดีระหว่างอยู่ที่นี่ อ้อ ใช่ และเพื่อนทั้งสองคนของแกก็ด้วย! นี่เป็นคำสั่งของพัศดี!” ผู้คุมลากนิ้วผ่านลำคอของตัวเองขณะพูด
ก่อนที่จีหรานจะทันได้พูดอะไรสักคำ หน้าต่างเล็ก ๆ นั่นก็ปิดลงอีกครั้ง
เขาไม่สนใจคำขู่ของผู้คุมด้วยซ้ำ จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับฝีเท้าของผู้คุมและความหมายของพวกมัน
“จากความสูงของหน้าต่าง ผู้คุมน่าจะสูงอย่างน้อยหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร และทุกก้าวของเขาก็จะได้ระยะราว ๆ เจ็ดสิบเซนติเมตร เขาใช้เวลาสองนาทีในการเดินจากซ้ายไปขวา และหลังจากเดินไปได้ประมาณหนึ่งร้อยก้าว เขาก็เดินลงไป มันใช้เวลาประมาณห้านาทีก่อ