ียว หึ?” อู๋ฝ่าอู๋เทียนพูดพร้อมถอนหายใจเบา ๆ
เขาสูบบุหรี่อึกใหญ่และพ่นควันออกมาวงเบ้อเริ่ม ก่อนที่มันจะจางหายไปเขาก็ตวัดมือชกใส่ควันนั่นให้มันแตกกระจายออกไปเหมือนเด็ก ๆ เล่น
“เอาไหม?” อู๋ฝ่าอู๋เทียนดึงบุหรี่มวนใหม่ออกมายื่นให้จีหราน
ก่อนที่จีหรานจะทันได้ตอบอะไร อู๋ฝ่าอู๋เทียนก็ดึงไฟแช็กออกมาจากกระเป๋า หมุนเล่นรอบหนึ่งแล้วจุดบุหรี่ขึ้น จากนั้นก็ส่งบุหรี่ที่จุดแล้วให้จีหราน
“นี่เป็นบุหรี่ที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ที่นี่ เป็นสาว ๆ ของโม่เต๋อเร่อทำเองเลยนะ พวกเธอค่อย ๆ มวนบุหรี่พวกนี้บนตักเลยน้า ฉันชอบมาก!” อู๋ฝ่าอู๋เทียนอวดอย่างภาคภูมิมองจีหรานอย่างคาดหวัง
จีหรานไม่มีทางเลือกนอกจากหยิบบุหรี่มาคาบเอาไว้ แต่ก็แค่นั้น เขาไม่ได้สูบมันจริง ๆ หรอก
กลิ่นบุหรี่เพียงอย่างเดียวก็ทำให้เขารู้ว่ามันไม่ได้มีไว้ให้หน้าใหม่อย่างเขาลิ้มลอง
ตอนที่บุหรี่หมดไปหนึ่งในสี่ ก็มีคนราว ๆ แปดคนมาถึงที่สถานีรถไฟ
พวกเขาคือเหตุผลให้จีหรานและอู๋ฝ่าอู๋เทียนมารออยู่ที่ตรงนี้ หากไม่มีกำลังเสริม กระทั่งอู๋ฝ่าอู๋เทียนยังไม่กล้าเข้าไปในจตุรัสชาเหมยเกินนี่เลย อย่าว่าแต่จีหราน
พวกมือเก๋าที่รอดชีวิตอยู่ในเกมนี้ได้ย่อมไม่ได้โง่
อู๋ฝ่าอู๋เทียนโบกมือส่งสัญญาณให้พวกเขา และทั้งกลุ่มก็กระจายไปรอบ ๆ จัตุรัสชาเหมยเกิน ทุกคนล้วนเข้าสู่ตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่
“ไปได้ละ!” อู๋ฝ่าอู๋เทียนพูดหลังจากนั้นสองนาที คนของเขาเข้าประจำที่แล้ว
จีหรานไ